เขาค้อ ภูทับเบิก ภูเรือ เชียงคาน 2 วัน 2 คืน

มาอีกแล้วเว้ยเห้ยยยยยยย ๕๕๕

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ วันนี้จะพาไปขับรถเล่น ย้ำว่าขับรถเล่น อะย้ำอีกทีว่าขับรถเล่น
เพราะฉนั้นจะเน้นแต่สถานที่ ไม่เน้นกิจกรรมมากมายอะไรนัก
เผอิญว่าเสาร์อาทิตย์นี้ว่างและอากาศก็เริ่มหนาว ก็เลยอยากไปสูดกลิ่นหมอก กลิ่นลม กลิ่นฝนซะหน่อย
เอาเป็นว่า ไปกันเลยดีกว่าเนอะ ^_________^

มาดูแพลนคร่าวๆ ที่วางไว้นะ

รังสิต – อยุธยา – เขาค้อ – Route12 – พระธาตุผาแก้ว – ภูทับเบิก – ภูเรือ – เชียงคาน – รังสิต

ค่าใช้จ่ายน้อยนิดมาก และก็วันเวลาเดินทางแค่ 2 วัน 2 คืน เด่วจะแจงให้ฟัง
เผื่อจะเป็นไกด์ให้เพื่อนๆ ได้ซักครึ่งทาง หลักๆ อยู่ที่ว่า แรงมีพอรึป่าวแค่นั้นแหละ

วันแรก
03.00 น. เดินทางจากรังสิตไปเขาค้อ
07.30 น. ถึงเขาค้อ ไปดูหมอกเลยหลักๆ
08.00 น. กราบไหว้พระธาตุเจดีย์ (เขาค้อ)
09.00 น. ไปร้านข้างทางที่ชื่อ Route12 ร้านนี้ตกแต่งสวยมาก เหมาะจะไปถ่ายรูป แต่ของแพง กับรสชาติกากมากๆ (คห.ส่วนตัวนะ)
10.00 น. วัดพระธาตุผาแก้ว สถานที่นี้ทุกคนควรมา ไปดูเอง สาธยายไม่ถูกหรอก ๕๕
14.00 น. ภูทับเบิก (แนะนำให้ขึ้นทางหล่มสักเก่า ทางสวยมาก)
17.00 น. ภูเรือ (อันนี้ไม่เคยไปมาก่อน ตอนแรกคิดว่าไม่มีอะไร แต่เจ๋งดีแหะ หมอกแบบสุโค่ยมากๆ๗
19.00 น. เชียงคาน เดินเล่นถนนคนเดิน (พักบ้านชาวบ้านแถวนั้นที่เปิดเป็น guesthouse หัวละ 150 บาทเอง เที่ยวชิวๆ และก็สลบ)วันที่สอง06.00 น. พยายามแกะตัวออกจากที่นอน มาตักบาตรข้าวเหนียว
07.00 น. ไปภูทอก (ไปดูหมอก)
09.00 น. ใช้เวลาอยู่ในเมืองตากอากาศอย่างเชียงคานให้นานที่สุดครับ
13.00 น. เดินทางอย่างเรื่อยๆ กลับที่พักครับ
18.00 น. ถึงที่พัก : )

ค่าใช้จ่ายก็รวมกันหารสองคนละ 1,500 กว่าบาทเอง ไม่แพงจริงๆ นะ ถ้าวางแผนดี

***แพลนของผมมันคือการกะเวลาจาก google map ครับ ผมจะลดเวลาการเดินทางจาก google map ลง 20%
เพราะ google map ใช้ความเร็วในการเดินทางที 90 km/h แต่ผมขับจริงๆ ประมาณ 110 – 140 km ***

เอาหล่ะ มาเริ่มกันเลย!!!

ผมแงะตัวออกจากที่นอนเพราะนาฬิกาปลุก ปลุกให้ไปเที่ยว ไปเทียว ตอนแรกเกือบไม่ได้ไปและ ขี้เกียจตื่น ๕๕ แต่ก็นะ
ออกตีสามจาก กทม. ขับเรื่อยๆ เพลินๆ ดันหลงทางอีก เลยเสียเวลาไปประมาณ 45 นาที (ขับเพลินไปหน่อย ลืมดู gps 555)
ประมาณ 7 โมงเช้า ก็จะถึงเขาค้อครับ ไปชมภาพกันเลยแล้วกัน : )

หลังจากดูหมอกเสร็จแล้ว ก็ไปที่อนุสวรีย์ผู้เสียสละ ต่อด้วยไปกราบไหว้พระธาตุบนเขาค้อกันต่อเลยครับ
สถานที่ต่างๆ ควรเที่ยวให้หมดก่อน 9 โมงครึ่งนะครับ เพราะเราจะต้องไปเที่ยวบริเวณตีนเขาต่อ

(ข้อมูลเชิงลึก พวกประวัติ โครงสร้าง ที่มาอะไรทำนองนี้ ไปหาข้อมูลเองนะครับ ๕๕)

เพิ่มเติมนิดหน่อย สำหรับคนที่กลัวว่าจะไปไม่ถูกว่า แต่ละที่ไปทางไหน ผมหาแผนที่มาให้และ
ลองวางแผนดูว่า จะจัดแจงเวลายังไงนะครับ : )

ากข้างบนก็ขับรถลงมาข้างล่างครับ เราควรถึงข้างล่างซัก 10 โมงเช้าครับ กำลังดี
คราวนี้มีสองที่แนะนำ คือ ทานข้าวที่ Route12 กับไปชมความงามของวัดพระธาตุผาแก้วครับRoute12

เอาหล่ะ หลังจากเราอิ่มหนำสำราญแล้ว เพื่อความเป็นสิริมงคล ผมก็แวะไปพระธาตุผาแก้ว สถานที่นี่กำลังสร้างครับ ยังไม่เสร็จ 100% แต่ขอรับรองในความสวยงาม ความอลังค์การครับ ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งเลยครับ สถานที่แห่งนี้ : )

ภาพต่อไปดูผิวเผินมันธรรมดามาก ผมมองจากข้างนอกเข้าไปข้างในก็สะดุดตาขึ้นมาทันที พอเข้าไปใกล้ๆ ถึงรู้ว่าภาพขนาดใหญ่ภาพนี้ เกิดจากงานวาดสร้างสรรค์จากน้องๆ ชั้งอนุบาลและประถมต้นครับ เป็นการวาดรุปครอบครัวตัวเองและพระพุทธเจ้าในแบบของพวกเขา ทั้งผืนจะมีรุปพ่อแม่พี่น้องของแต่ละคนเดินจับมือกัน มีบ้าน มีครอบครัว มีสัตว์เลี้ยง และหัวใจหลักคือมีพระพุทธศาสนาครับ ผมชอบงานชิ้นนี้มากๆๆ

ตอนผมขอพรผมขอถึงทุกคนที่อ่านบทความของผมด้วย รวมถึงลูกเพจที่น่ารักทุกคนด้วยนะครับ ๕๕

ม๊ะ! ไปกันต่อ หลังจากที่อิ่มบุญกันแล้ว ผมก็มุ่งหน้าไป “ภูทับเบิก” โดยไม่รีรอครับ

ช่วงเที่ยงๆ เราควรออกจากพระธาตุผาแก้วได้แล้วครับ จากนั้นให้เดินทางไปยังภูทับเบิก
โดยขึ้นทางหล่มสักเก่านะครับ ทางจะสวยมาก ใช้เวลาเดินทางราวๆ 1 – 2 ชั่วโมง
แล้วแต่ความสามารถของคนขับเลยครับ ส่วนเรื่องรถ ไม่ต้องเป็นห่วงครับ
ขึ้นได้ทุกยี่ห้อ ทุกคัน ถ้ารถสตาร์ทติดและเครื่องไม่ร้อน
แต่อย่าลืมใส่เกี่ยร์ต่ำๆ ไว้หล่ะครับ : )

เนื่องจากตอนช่วงที่ผมไปมันหนาว ก็เลยแวะข้างทางซื้อหมวกใส่กันครับ
บรรยากาศช่วงที่ใกล้ถึงภูทับเบิกมันแบบว่า แบบว่า ไปเองเหอะครับ ๕๕๕
เผอิญวันนั้นติดเสื้อเพจไปด้วย 1 ตัว ด้วยความที่คุยกับแม่ค้าถูกคอ
ก็เลยมอบเสื้อเพจให้ไปตัวหนึ่ง ๕๕
(ไม่รู้ว่าเค้าจะดีใจหรือเสียใจเนอะ)

หลังจากไต่เต้าระดับความสูงขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่นานก็เห็นป้าย อช.ภูหินร่องกล้าครับ ๕๕
แสดงว่า เหลืออีกแค่ 2 กิโลเมตร เพื่อนๆ ก็จะถึงภูทับเบิกแล้ว จากนั้น เลี้ยวขวาลงไปเลย!!!

ภูทับเบิกก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เหมาะที่จะนอนพักตากอากาสซักคืนครับ แต่พวกผมอยากไปนอนเชียงคาน
เลยใช้เวลาอยู่ที่นี่แค่ทานข้าว และก็เก็บสตรอเบอรรี่กินกัน ถ่ายรูปน้อยมาก มีไม่กี่รูปมาโชว์เพื่อนๆ ต้องขออภัยจริงๆ

เอาหล่ะ ถ้าเป็นไปได้ควรออกจากภูทับเบิกก่อนบ่าย 3 นะครับ เพราะถ้าไปตามแผนผม
เราจะต้องไปชมพระอาทิตย์ตกดินที่ภูเรือกันต่อ จะใช้เวลาราวๆ 2 ชั่วโมงครับ : )

ประมาณสี่ถึงห้าโมงเย็น เพื่อนๆ ก็จะมาอยู่ที่ อช.ภูเรือแล้วครับ
ผมมาที่นี่ไม่มีอะไรมาก แค่ต้องการจะมาดูพระอาทิตย์ตก
แต่ทว่า… บรรยกาศมันคงไม่เหมาะที่จะชมพระอาทิตย์ตกซะแล้วหล่ะ ๕๕๕

เห็นมั้ยครับว่า ทริปนี้ ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย เสียแต่ค่าน้ำมันรถเท่านั้น ๕๕๕
ตอนที่เราอยู่ที่ อช.ภูเรือ เราก็ได้แต่ถ่ายรูปเล่นกันครับ เพราะหมอกมันเยอะมาก
แต่ถ่ายไป ก็ไม่ค่อยเห็น เพราะหมอกบังหมดเลย ๕๕๕
ท้องฟ้ามันเริ่มมืดลง แสงก็พลอยหายไปด้วย ก่อนกลับ ผมก็เลยถ่ายภาพกับป้ายภูเรือไว้เป็นที่ระลึก
แล้วรีบเดินทางต่อไปเชียงคานเลยครับ

(ต้องโหดพอสมควรนะ เพราะขับรถหนักมาก)

จาก อช.ภูเรือ ไปเชียงคาน ใช้เวลาเดินทางราวๆ สองถึงสามชั่วโมงครับ
ช่วงที่ผมไป ผม walk in หาที่พักครับ โชคดีมาก ที่ได้ที่พักริมน้ำโขง คนละ 150 บาท ๕๕
พอได้ที่พัก ก็เดินชมถนนคนเดิมเชียงคานครับ ก่อนที่จะสลบคาเตียงไปในคืนวันนั้น

ถึงเมื่อวานจะเหนื่อย แต่เราก็ไม่ลืมที่จะต้องรีบตื่นแต่เช้ามาตักบาตร และไปชมทะเลหมอกที่ภูทอกครับ
ทางที่พักหรือตามร้านค้าจะมีชุดใส่บาตรขายครับ ชุดละ 50 บาทเท่านั้น พระจะเดินช่วง 7 โมงเช้าครับ
ทางที่พัก เค้าก็จะปูเสื่อหน้าบ้าน ให้เรานั่งรอตักบาตรเลย
แถวนี้เค้าเรียกว่า “ตักบาตรข้าวเหนี่ยว” ๕๕ เป็นบรรยากาศที่ดีมากๆ เลยหล่ะ

หลังจากตักบาตรเสร็จ ก็รีบขับรถไปต่อที่ภูทอกเลยครับ ก่อนที่หมอกจะหมดซะก่อน
ภูทอกอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านมากครับ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 – 20 นาทีก็ถึง
พอไปถึงบริเวณตีนภูทอก ก็ต้องจอดรถ และก็ต้องขึ้นรถสองแถวขึ้นไปครับ
ค่าตั๋วไปกลับ 40 บาทครับ และก็ต่อคิวนั่งขึ้นไปเลย

ช่วงที่นั่งรถขึ้นไป ทางก็จะเริ่มเต็มไปด้วยหมอกขึ้นเรื่อยๆ ครับ
ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ ต้องตื่นเต้นเหมือนผม และภาพสุดท้ายที่เพื่อนๆ จะได้เห็นก็คือ
“ทะเลหมอก” ที่ภูทอก อ.เชียงคาน จ.เลยครับ

ขอบคุณที่ติดตามมาถึงตรงนี้นะครับ
เห็นมั้ยค่า ทริปนี้ ค่าใช้จ่ายไม่มีอะไรเลย มีแค่ค่าตั๋วเล็กๆ น้อยๆ
กับค่ากินที่แล้วแต่ความอยากของแต่ละคนครับ
ส่วนใหญ่เน้นไปทางค่าเดินทางมากว่า
โชคดีที่รถผมใช้ lpg ครับ ต้นทุนเลยน้อยหน่อย
ผมไปกับแฟนสองคน คิดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนแล้ว ได้ประมาณ 1,500 กว่าบาทครับ
ทริปนี้ ถือว่าโอเคเลยหล่ะ ถ้าคิดว่ายังแข็งแรง แรงยังมี ลอกทริปนี้ไปเลยครับ : )

Print Friendly, PDF & Email
One Comment

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *