เคยมี moment นี้ป้ะ แบบกำลังเลื่อน feed อยู่ แล้วเห็นเพื่อนประกาศหาคนไปหารทริปด้วย คือฟีลแบบไม่รู้ว่าไปไหน แต่

เออกูว่าง กูไปไหนก็ได้… ใช่ครับ ทริปนี้แม่ง แบบนั้นเลย จู่ ๆ ก็มาโผล่ จ.น่าน ซะงั้น ๕๕๕๕๕

อย่างที่บอกครับ ว่าตามเค้ามา ผู้ร่วมเดินทางทั้งหมดมี 4 คน  ผม แฟนผม แล้วก็พี่อีกสองคน ซึ่งพี่สองคนนี้เป็นลูกเพจมาก่อนครับ หลัง ๆ เที่ยวด้วยกันบ่อย เลยสนิทกัน ประเด็นคือ พี่แกลงทุนขับรถกระบะมาจากกรุงเทพฯ เลย เพื่อที่จะมาตระเวรเที่ยวรอบ จังหวัดน่าน 4-5 วัน แต่สุดท้าย ก็มาตายที่สวนยาหลวงนี่แหละ เพราะไม่สามารถเอารถตัวเองขึ้นไปได้ ทำไมนะหรอ เดี๋ยวรู้เลย

สวนยาหลวงอยู่ตรงไหน ของน่าน ตรงไหนของไทย และจะเดินทางไปได้อย่างไร อันนี้ต้องบอกก่อนว่า แนะนำให้หารถเช่าหรือรถส่วนตัวขับมาจะดีที่สุดครับ เพราะดูจากทางแล้ว ไม่น่าจะมีรถประจำทางเข้ามาที่นี่

ที่นี่ตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้านสันเจริญ อ.ท่าวังผา ห่างจากตัวเมือง 77 กิโลเมตร สมัยก่อนเป็นแหล่งปลูกฝิ่นที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของไทย ต่อมา ร.๙ ทรงเป็นห่วงเรื่องความเป็นอยู่ของราษฏร เลยนำเอาเมล็ดกาแฟ และพยายามหาวิชาชีพต่าง ๆ มาเปลี่ยนแปลงการดำรงชีวิตของคนในหมู่บ้านแห่งนี้

ฉะนั้น สวนยาหลวง ก็จะมีความหมายนัย ๆ ประมาณว่า สวน คือไร่หรือฟาร์ม ยา คือฝิ่น และหลวง คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นั่นเอง

เอาล่ะ พอทราบข้อมูลคร่าว ๆ ของสวนยาหลวงแล้วใช่ไหม เรามาเริ่มเดินทางกันเลยดีกว่า ก็หลังจากที่เราขับรถมาถึงหมู่บ้านสันเจริญใช่ป้ะ เราก็ถ่ายของเลย ขนอะไรมาได้ ก็ขน เพราะข้างบนหนาวมาก และมีลมตลอดเวลา ไม่มีต้นไม้บังลมให้

การติดต่อขึ้นสวนยาหลวง ไม่ว่าคุณจะเดินขึ้น หรือนั่งรถขึ้นไป สามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนหมู่บ้านได้ที่คุณกริช เบอร์ 086-390-7731 แนะนำให้ติดต่อไปที่คุณกริชคนเดียวนะครับ เพราะถ้าติดต่อไปที่คนอื่น เดี๋ยวการดูแลนักท่องเที่ยวของหมู่บ้านเค้าจะไม่เป็นระบบ และอาจเกิดปัญหาในชุมชนคนกันเองได้

ถามว่ามี Home Stay ด้านบนไหม ขอบอกว่าไม่มีครับ จะมีก็แค่ระหว่างทางขึ้นไป ก่อนถึงดอยประมาณ 2 กิโลเมตร เห็นจะได้ แต่นั่นแหละ มันก็คนละฟีลเนอะ แล้วผมก็ไม่มีข้อมูล Home Stay จะมาขายให้ด้วย เพราะเราเหมารถ 3,000 บาท ขนข้าว ขนน้ำ ขนเต้น ขนของกิน แล้วขึ้นไปข้างบนกัน 4 คนเลย

ประเด็นคือทางครับ ทาง ห. มาก คือแย่ที่สุดเท่าที่เคยเดินทางมาเลย ตับ ไต ไส้ พุง นี่แทบจะกองรวมกัน แหกปากจนเสียงเหี่ยวหมด ของที่อยู่หลังรถ แตกหักกระจายก็มี อีกอนึ่งคือเรามาสาย ก็รีบขึ้นไปให้ทันพระอาทิตย์ตกด้วย

พี่คนขับบอกว่า ปีหนึ่ง เปลี่ยนยางครั้งหนึ่ง หน้ายางไปไวมาก แล้วคือสงสารรถตัวเอง แต่ก็อยากให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปเห็นวิวของหมู่บ้านตัวเองแบบสบาย ๆ หน่อย แกขึ้นไปพร้อมเรา แล้วก็อยู่กับเราด้านบนเลยนะ ไม่ขับลงมาด้านล่าง แกบอก แกมีที่นอนของแกด้านบน

ผ่านไปราว ๆ 45 นาที แบบเร่งฝีเท้าสุด ๆ ก็มาถึงจุดสูงสุดของสวนยาหลวงครับ เกือบไม่ทัน ช่วงนี้คือต้องให้ภาพเล่าเรื่องเลย สวยมาก ๆ

ข้างบนไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ ไม่มีต้นไม้ ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรทั้งนั้น เรียกได้ว่า ไม่เหมาะกับนักการเต้นท์มือใหม่ครับ นี่พูดกันตรง ๆ เลย ถ้าของไม่ดี เหมือนเอาตัวเองไปทรมานด้านบนชัด ๆ ฉะนั้น ถ้าจะมาที่นี่ เตรียมตัวมาดี ๆ

ช่วงที่เราไป มีแค่เรากับน้องอีกกลุ่มที่แว๊นซ์มอไซต์ขึ้นมาด้านบน โหดเกิ้นนนน น่าจะคนในพื้นที่ น้อง ๆ เค้ากางเต้นท์กันบนยอดดอยเลย ส่วนเราลงมาหลบอยู่ตรงศาลาครับ ตรงนี้แม้ว่าจะไม่ช่วยกันลมอะไรมาก แต่ก็รู้สึกปลอดภัยกว่ากางกลางแจ้งแน่นอน

ระหว่างนี้ก็เอาวัตถุดิบที่ได้มาปรุงอาหาร แบ่งกันกางเต้น และจัดสถานที่ ไม่นานครับ เต้นท์ก็กางจนเสร็จ ได้เก็บของและเตรียมนอน อาหารก็พร้อมทานกัน มื้อนี้ทานกันง่าย ๆ เป็นชาบูซอสแจ๋วครับ เก๋ ๆ อร่อยมาก

เวลาอยู่ที่หนาว ๆ หรือมากางเต้นท์ ทำอะไรมันก็อร่อยไปหมดครับ ระหว่างที่ทานอยู่ เราเดินออกมาดูด้านนอก ขอบอกว่า ดาวชัดมาก ดาวล้านดวง ดาวอีพ่ออีแม่ ดาวไม่เกรงใจ ดาวโจนส์ ดาวซินโดรม ดาวใ…สัส!!! เยอะไป อ่า ๆๆๆ

เราถ่ายดาวกันครับ ไม่ถ่ายไม่ได้แล้ว ดาวสวยมาก และต้องเข้าใจด้วย ว่าการถ่ายดาว ไม่ใช่ถ่ายครั้งเดียวแล้วได้เลยนะ ต้องถ่ายหลาย ๆ ใบ หลาย ๆ แสง หลาย ๆ แบบ วัดแสง วัดไฟ วาดไฟฉาย เห้อออ แล้วอากาศโคราหนาว แต่ภาพที่ออกมาก็ดูคุ้มดีนะ

DAY 2

ตื่นแต่เช้า เกือบไม่ทันพระอาทิตย์ขึ้นครับ คือตื่นปึ้บ พระอาทิตย์ขึ้นทันที เมื่อคืนเราเห็นวิวตอนเย็นไปแล้ว วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปดูวิวตอนเช้าครับ และที่พลาดไม่ได้คือ ก่อนมาที่นี่เราไปห้วยโทนมาครับ แล้วคือซื้อกาแฟ Arabica กับผู้ใหญ่หนึ่งไว้ ก็ได้ใช้งานนี้เลย

ฟีลลิ้งกู้ดสุด ๆ อากาศดี แสงได้ เย็นสบาย อยากนอนอีกคืน แต่ก็ต้องกลับไปทำงานที่เรารักกัน แนะนำว่าหลังจากถ่ายรูปอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้รีบลงจากดอยนะครับ เพราะจะร้อนมาก ๆ ช่วง 9:30 น. เป็นต้นไป ยังไงออกมาให้ทัน

เรากลับไปเก็บเต้น และทำอาหารเช้าทานกันเบา ๆ เรียกได้ว่าจะกลับบ้านแล้ว เอาของทุกอยางที่เหลือ เทใส่รวมกันแล้วทำออกมากินให้ได้ว่างั้นเถอะ แม่งอร่อยเฉยเลย

ถึงเวลาต้องลาจากกัน ระหว่างทางแวะสวดมนต์ และแผ่ส่วนกุศลให้กับวิญญาณที่นี่ครับ ที่นี่มีพระพุทธรูปปางห้ามญาติตั้งตระหง่าอยู่ ผมไม่มั่นใจว่าหันไปทางทิศไหน อาจจะเป็นทิศตะวันออก แต่นั่นแหละ นี่คือจุดสุดท้ายของการอยู่บนดอย ขาลง กับขาขึ้น ทางเหมือนเดิมครับ เหี้ยเหมือนเดิม ขอตัดลงไปที่หมู่บ้านเลยแล้วกัน

หลังหมู่บ้านจะมีน้ำตกอยู่ครับ น้ำเย็นมาก สบายด้วย เหมาะสำหรับการไม่ได้อาบน้ำเมื่อคืนสุด ๆ ลงไปแช่น้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน ก่อนเดินทางไกลยาว ๆ เข้าตัวเมือง เป็นอะไรที่ดีมาก ๆ

โทษทีที่จำชื่อน้ำตกไม่ได้ แต่ถ้ามีโอกาสได้ไป ถามเค้าแค่ว่า น้ำตกไปทางไหน รับรองว่าทุกคนรู้ชัวร์ และนี่คือการเดินทางแบบงง ๆ ของทริปน่านปี 2020 นี้ครับ และคิดว่าคงจะตระเวรหาที่เที่ยวแปลก ๆ มาให้เพื่อน ๆ ได้ตามรอยอีกแน่นอน แล้วเจอกันระหว่างทางครับ

Print Friendly, PDF & Email

Pin It on Pinterest

Share This