ล่องแก่งน้ำว้า 2 วัน 1 คืน แก่งที่ยาวที่สุดในประเทศไทย [120 กิโลเมตร]

:: หน้าฝนแบบนี้ หลายคนคงจะหลีกหนีการท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับน้ำ
แต่หารู้มั้ยว่า… ฤดูฝนนี่แหละ คือฤดูแห่งการผจญภัยของเหล่า Adventurer ทั่วทั้งโลก

reviewed by : https://www.facebook.com/PalapiliiThailand

บทนำ

:: สวัสดีครับ… ผมชื่อไมนะครับเพื่อนๆ วันนี้จะมาทำหน้าที่เล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตอยู่บนเรือยางธรรมดาลำหนึ่ง
แต่ที่แปลกไปกว่านั้นคือ ชีวิตเราตลอดสองวันจะฝากไว้กับเรือยางลำนั้นตลอดทาง และที่น่าสนใจคือ
สายน้ำแห่งนี้ คือสายน้ำที่เรียกว่า “ว้า” เป็นสายน้ำที่ถูกขนานนามว่าล่องแก่งได้โหดที่สุดในประเทศไทย…

:: ทริปนี้มีผู้ใหญ่ใจดีมาช่วย Support ค่าใช้จ่ายบางส่วนให้แก่พวกเราและแถมยังดูแลเราอย่างดีมาตลอดทั้งทริป
ผู้ใหญ่ใจดีท่านนั้นคือ พี่สำเนียง จันทิมา ครับ ต้องขอขอบคุณที่ให้โอกาสพวกเราได้ทำงานรีวิวงานนี้ เป็นงานแรก
เพื่อนๆ สามารถเข้าไปสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยว จ.น่าน หรือทริปล่องแก่งน้ำว้าตอบบนถึงตอนล่างได้ที่
http://goo.gl/CavzOq หรือสามารถโทรสอบถามโดยตรงที่เบอร์ 086-1931044 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยครับ : )

ผลงานที่ผ่านมา

:: Backpack หลวงพระบาง – วังเวียง – เวียงจันทร์ ด้วยเงิน 5,000 บาท ———————————- http://pantip.com/topic/31480606
:: Backpack นครวัด – นครธม ด้วยเงิน 2,500 บาท ———————————————————- http://pantip.com/topic/32255585
:: Backpack วังเวียง ด้วยเงิน 2,500 บาท ——————————————————————– http://pantip.com/topic/32303037
:: Backpack ทีลอซู – ปริโต๊ะลอซู ด้วยเงิน 3,000 บาท —————————————————– http://pantip.com/topic/32131519
:: Backpack ปากเซ – ดานัง – ฮอยอัน ด้วยเงิน 6,000 บาท ———————————————— http://pantip.com/topic/32495990
:: 30 ข้อควรรู้ ก่อน Backpack ไปสิงคโปร์ ——————————————————————– http://pantip.com/topic/32411379
:: Backpack ภูชี้ฟ้า – ดอยแม่สลอง – ไร่ชาฉุยฟง ด้วยเงิน 3,000 บาท ———————————— http://pantip.com/topic/32673881
ฝากผลงานข้างบนและผลงานที่กำลังเขียนอยู่ตอนนี้ด้วยนะครับ ทุกรีวิวพยายามทำออกมาให้ดีที่สุด
และถ้าไม่ลำบากจนเกินไปอยากให้เพื่อนๆ ให้กำลังใจโดยการกดบวกเพิ่มพลังกระทู้ให้ด้วยนะครับ

What’s up!:: ทริปนี้เป็นทริปล่องแก่งที่ขึ้นชื่อว่าโหดที่สุดในประเทศไทย ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน
ระยะทางรวมกว่า 120 กิโลเมตร กับการใช้ชีวิตบนเรือยาง คงจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันก็ไม่ยากจนเกินไป
เราเลือก Package แบบตอนบนควบตอนกลาง 2 วัน 1 คืน ราคาทริปคนละ 4,500 บาท

(ใน 4,500 บาทจะรวมค่าเรือยาง ค่าหัวพาย 2 คน ค่าท้ายพาย 1 คน รวมค่าอาหาร 5 มื้อ
ค่ารีสอร์ทกลางหมู่บ้านสบมาง 1 คืน และค่ารถรับส่งเข้าตัวเมืองจังหวัดน่าน)

:: สำหรับการเดินทางมาจังหวัดน่าน ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะสะดวกแบบไหน
อย่างผมนี่คือรวมกลุ่มกันมา 9 – 10 คน และก็เหมารถตู้ หารค่ารถหารค่าน้ำมันกันมา
แต่ถ้าหากต้องการให้ทางทีมงานพี่สำเนียงจัดรถมารับจาก กทม. มาน่านเลยละก็
ราคาต่อคนต่อทริปจะตกอยู่ที่ 5,900 บาทต่อคน ยังไงก็ลองสอบถามกับพี่เค้าดูอีกทีนะครับ

:: เมื่อเราตัดสินใจเลือก package กันเสร็จ ตกลงราคาค่ารถตลอดทริปกับพี่เจ้าของรถตู้เรืยบร้อย
ก็ถึงเวลาที่เรารวมพล แล้วออกเดินทางไปแอดเวนเจอร์บนสายน้ำสายยาวที่เรียกว่า “ว้า”

Hello Nan:: พวกเราออกเดินทางจากจุดนัดพบที่ กทม. ประมาณ 3 ทุ่ม เพื่อมาถึง จ.น่านพอดี
เราโทรนัดพี่สำเนียงว่าเราจะไปถึงบ้านพี่แกตอนราวๆ 7 โมงเช้า แต่เรามาถึงราวๆ 6 โมงกว่า
ก็เลยมีเวลาแวะเข้าไปที่พระธาตุเขาน้อย เพื่อกราบไหว้และขอพรให้ทริปของเราผ่านพ้นได้ด้วยดี
ปกติแล้ว วิวข้างบนจะสวยมาก จะเป็นพระปางค์ห้ามญาติห้นหน้าแบมือเข้าหาเมืองทั้งเมืองน่าน
แต่วันนั้นอากาศช่างทำร้ายเราเหลือเกิน หมอกบดบังทรรศนียภาพอันสวยงามของเราไปหมดเลย…

:: ประมาณ 7 โมงเช้า เราก็มาเจอกันจนได้ ก็ทักทายกันตามปกติ และก็รีบให้เพื่อนๆ ทุกคน
จัดแจงอุปกรณ์เสื้อผ้าของตัวเองที่จะนำไปออกทริปในครั้งนี้ ของที่ไม่ได้ใช้ เอาไว้ที่นี่
ของที่คิดว่าต้องใช้แน่ๆ ก็แบกเอาไปด้วย เราควรมีกระเป๋ากันน้ำส่วนตัวสำหรับทริปแบบนี้ครับ
แต่ถ้าหากมันไม่มีจริงๆ ทางพี่ทีมงานเค้าก็มีให้เหมือนกัน แต่เป็นกระเป๋ากันน้ำขนาดใหญ่เลย
บรรจุแบบหลายลิตรมากๆ ประมาณ 30 ลิตรเห็นจะได้ ยังไงก็อย่าลืมเตรียมตัวกันให้พร้อมหละ
ทั้งร่างกาย จิตใจ และอุปกรณ์จำเป็นส่วนตัวต่างๆ ของเราเอง…

:: ราวๆ 8 โมงเช้าเมื่อทุกคนเตรียมของทุกอย่างเสร็จ ก็ลุยกันเลย เราจะไปแวะตลาดเช้า จ.น่าน
เพื่อกักตุนสะเบียงและซื้อข้าวกล่องขึ้นมากินบนรถกันที่นั้น เอาไปเท่าที่จำเป็นไม่เยอะไม่น้อยเกินไป
ก่อนที่จะออกจากตัวเมืองสู่เส้นทางธรรมชาติที่มีทิวเขาน้อยใหญ่สลับกันไปตามสองข้างทาง
เส้นทางจากตัวเมือง จ.น่าน ผ่านสู่สบมางสู่บ้านสะปัน จะมีวิวและบรรยากาศของธรรมชาติที่งดงามมาก
โดยเฉพาะในหน้าฝน ทิวเขาจะเต็มไปด้วย ไร่ข้าว ไร่ข้าวโพดอันเขียวขจีไกลสุดลูกหูลูกตา
ถนนคดเคี้ยวชวนให้ใครหลายๆ คนอดที่จะเอาร่างกายตัวเองออกมาอยู่นอกกระบะหลังไม่ได้…

:: การล่องน้ำว้าตอนบน ทางทีมงานจะให้เรานั่งรถกว่า 100 กิโลเมตร เพื่อไปยังจุดปล่อยเรือยาง
จุดนั้นก็คือ สะพานข้ามแม่น้ำว้า บริเวณหมู่บ้านสะปัน อ.บ่อเกลือ เพื่อนๆ จะไม่รู้สึกว่าระยะทางมันไกลเลยครับ
เพราะตลอดวิวสองข้างทาง มีธรรมชาติที่งดงามเคล้าคลุ้งไปกับการจิบเบียร์กระป๋องชิวๆ อยู่หลังกระบะนั่นเอง…

:: กว่าสองชั่วโมงที่เราใช้เวลาอยู่บนรถครับ เรามาถึงจุดปล่อยตัวประมาณ 10 – 11 โมงเช้า
ขึ้นอยู่กับความซิ่งของคนขับรถเลยครับ พอมาถึงพี่ๆ แต่ละคนเข้าก็จะแนะนำวิธีการใช้อุปกรณ์
วิธีการพายเรือ บอกวิธีการเซฟตัวเองเวลาตกลงไปจากเรือ หรือเรือคว่ำควรทำอย่างไรฯลฯ
เพียงเวลาไม่กี่นาที เมื่อทุกคนพร้อม ก็ลงเรือกันไปพร้อมกับข้าวกล่องที่เอาไว้กินริมทาง
บวกกับน้ำเปล่าที่เอาไว้เป็นเครื่องดื่มเติมพลังยามกระหาย การจญภัยของเรากำลังจะเริ่มต้น…

1st Rapids:: เราเริ่มออกเดินทางท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผา จนคิดว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปตัวเราคงเกลียมแน่ๆ
ระยะทางสำหรับวันแรกราวๆ 40 กิโลเมตร จากสะปัน ถึงสบมาง ผมพร้อม เพื่อนพร้อม เราพร้อมลุย!

:: ช่วงแรกๆ อาจจะดูน่าเบื่อ แก่งดูจะทำอะไรพวกเราไม่ได้ ดูไม่ตื่นเต้นและคิดเสียดายเวลาที่เสียไปเอามากๆ
แต่แล้วเมื่อระยะทางเริ่มไกลขึ้น ทิวเขาข้างๆ ก็เริ่มสูงตามมา เราเข้าไปอยู่ในป่ากันโดยไม่รู้ตัว
สายน้ำเริ่มออกสีแดงแปลกตาจากครั้งแรกที่เราลงเรือ ต้นไม้และป่าบนสองฝั่งแม่น้ำหนาตาขึ้น
อากาศเย็นลง เย็นลง ทำให้บรรยากาศที่สิ้นหวัง กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ผมหยิบเบียร์กระป๋องขึ้น
“ป๊อคซ์” เปิดดังซ่า แล้วค่อยๆ จิบที่ละนิด ทางกลางธรรมชาติคล้ายสวรรค์ที่ลงตัว
แต่เด่วก่อน เรือลำข้างหน้ามีคนตกเรือ!!!

:: เราดูเหมือนจะตื่นเต้นที่เห็นเพื่อนตกเรือ ไม่ได้ห่วงอะไรมันเลย รู้สึกดีใจซะอีก
มันเหมือนกับว่า ทริปล่องแก่งได้เริ่มต้นเข้าจริงๆ แล้วหละ…

:: ไม่กี่วินาทีหลังจากที่ภวังค์อยู่ในหัว เรือเราก็ชนหิน และลงแก่งนั้นไปแบบดื้อๆ
น้ำเข้าเรือมาอย่างรวดเร็วอย่างที่เรานึกไม่ถึง มันเข้ามาเร็วมาก เรากลัวเรือจม
น้ำมันทะลักเข้ามาเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรือยังไม่ไปไหน มันถูก Hydro ใต้น้ำดูดไว้
เพื่อนๆ ทุกคนต่างเป็นมือใหม่ด้วยกันทั้งนั้น ได้แต่งงๆ งวยๆ กันไป ส่วนพี่ทีมงานสามคน
ก็ช่วยกันจ๊วงๆๆ เพื่อให้เรือออกจากแก่งอย่างเร็วที่สุด ตอนนั้นแทบจะทุกคนหน้าขมำ
ก้นกระโดดออกจากที่นั่งไหลไปรวมกันอยู่กลางเรือ หน้าที่ของผมตอนนั้นสำคัญมาก
คือทำอย่างไรก็ได้ ให้เบียร์ที่อยู่ในกระป๋องไม่หก…

:: หลังจากหลุดแก่งนั้นมาได้ ก็ไม่เห็นว่าจะพบกับความโศรกเศร้าหรือความกลัวจากเพื่อนๆ เลย
มีแต่ความตื่นเต้น รอยยิ้มและเสียงหัวเราะดังก้องลั่นป่า ตอนนั้นคิดในใจว่า กุเกือบไปแล้วมั้ยหล่ะ ๕๕
ของทุกอย่างที่ไม่ได้มัดไว้หรือใส่ไว้ในตาข่าย ลอยออกนอกเรือ ต้องพายไล่ตามเก็บของจนครบ
ก่อนที่จะลุยในแก่งต่อไป ช่วงแรกๆ แก่งจะตื้นมาก ทำให้บางทีต้องลงจากเรือมาช่วยกันดันเรือออกจากหิน
มันสนุกดีนะ เป็นอีกอารมณ์หนึ่งที่สมบูรณ์มากๆ แถมได้เล่นน้ำไปในตัวด้วย…

Dangerous:: ในตอนบนของแก่งน้ำว้า จะเป็นเส้นทางล่องแก่งเฉพาะผู้ที่เชี่ยวชาญและโชกโชนกับสายน้ำอันเชี่ยวกราก
แม้จะเป็นระยะทางค่อนข้างสั้น ประมาณ 40 กม. แต่ก็มีแก่งปราบเซียนอยู่หลายแก่ง
ซึ่งสำหรับผมถือว่าอ่อนหัดมาก เพราะเตรียมใจมาเพื่อคว่ำอยู่แล้ว
เส้นทางเต็มไปด้วยหินใต้น้ำและแก่งใหญ่ที่อยู่ในระดับ 4 – 6 เราล่องแก่งมาเรื่อยๆ ผ่านด่านง่ายยากสลับกันไป
จนมาถึงแก่งที่อันตรายที่สุดอย่างแก่งวังเปียนและแก่งถ้ำหอก
สองแก่งนี้สำหรับตอนบนเป็นแก่งที่น่าสนุกอีกแก่งหนึ่ง สำหรับผมแล้วเพื่อนๆ อยากจะลงแก่งนี้มาก
แต่ทางเจ้าหน้าที่เค้ามีข้อเด็ดขาดมาว่า ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงน้ำน้อยหรือน้ำเยอะ
สำหรับสองแก่งนี้ ยังไงก็ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่น นึกแล้วก็อดน้อยใจไม่ได้
บางทีที่มาล่องแก่งก็อยากจะมาเจออะไรที่มันอันตรายๆ แบบนี้แหละ
คงไม่นั่งรถมากว่าเจ็ดแปดร้อยกิโล คงไปเล่นแกรนแคนยอนที่กรีมเวิลแทนแล้ว…

:: ในเมื่อเค้าห้าม เราก็ทำอะไรไม่ได้ พวกเราจอดเรือที่หน้าแก่งแล้วปล่อยให้เรือลอยไปเปล่าๆ
มองดูเรือน้อยสองล่ำเคราะห์ร้าย ถูกน้ำป่าซัดกระทบหิน ดูรุนแรงมาก
จู่ๆ ก็คิดในใจ “ดีแล้ว ที่กุไม่กร่างขอลงไป” ๕๕๕

:: ปล่อยให้เรือมันลอยไปตามเวรตามกรรมของมันเถิด พวกเราต้องใช้ฝาตีนนุ่มๆ ของเรา
ปีนป่ายหินแหลมแข็งใหญ่ ผ่านป่ารกชัก ผ่านดินที่ลื่นเพราะไอน้ำ เพื่อมุ่งหน้าไปยังที่เรือจอด
มันดูเหมือนลำบาก แต่มันแปลกดีแห๊ะ ไม่มีใครบ่น แถมยังคุยเล่นกันระหว่างทาง
ที่สำคัญ หากคนข้างหน้าไม่ไหว คนข้างหลังก็จะคอยช่วยเหลือ
ส่วนคนข้างหน้า ก็คอยเป็น navigator คยอนำทางและเตือนว่าข้างหน้าจะเจออะไรบ้าง…

Rafting:: หลังจากนั้นมาเราก็ล่องแก่งไปเรื่อยๆ
ท่ามกลางสายฝนที่ตกมาเป็นช่วงให้เราได้คลายร้อนกันในบางจังหวะ
สองฝั่งข้างทางยังคงงดงามกว่าเดิม แถมงดงามกว่าเก่า
เวลาเราปวดฉี่ ก็มีห้องน้าที่รองรับความต้องการของเราตลอดเวลา
นั่งคือโดดลงไปจากเรือ แล้วปล่อยความทุกกายสบายใจทิ้งไหลลงไปตามกระแสน้ำ
บางครั้งบางคราอาจเจอน้ำตกข้างทาง ก็จอดแวะเล่นกันตามประสาเด็กๆ อายุไม่เกินยี่สิบ
หนทางยังอีกยาวไกล จะเจอแต่แก่ง แก่ง แก่ง และแก่ง…

คลิ๊กชมวีดีโอประกอบ rafting

Camping:: หกชั่วโมงที่อยู่บนเรือ มันมีแต่ความตื่นเต้นเต็มไปหมดครับ
จะตื่นเต้นแค่ไหน แต่ก็ยอมแพ้ให้กับความเหนื่อยหล้า รถของทีมงานมารับเราบริเวณโรงเรียนสบมาง
เพื่อพาพวกเราเข้าไปพักยังรีสอร์ทกลางหมู่บ้าน พอเข้าไปถึงก็ต้องยอมกับกลิ่นอาหารกับข้าว
ที่ลอยมากระทบจมูกอย่างเบาๆ พวกเราหิวมากจนต้องเข้ามาช่วยป้าแม่ครัวทำอาหาร
บางคนก็ไปอาบน้ำ บางคนก็นั่งเล่น พร้อมกับเดินชมบรรยากาศหมู่บ้านกันไป…

:: ที่พักจะเป็นบ้านที่นอนกันได้ราวๆ 4 คน มีเครื่องทำน้ำอุ่น และพัดลม
บรรยากาศที่นั้น แค่พัดลมก็เพียงพอ ไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านั้นแล้ว
เสียงเรียกทานข้าวจากโรงครัวดังลั่น เราพร้อมแล้วสำหรับอาหารมื้อนี้
เราใส่เรียบไม่มีเหลือ นั่งตัวงอเพราะกินไปเยอะเกิน นึกแล้วก็ขำ
ตอนแรกมันหิวแบบเหี้_ เลยครับ พอกินเสร็จกุนิแทบอยากจะล้วงคอ ๕๕๕

:: หลังจากพักท้องได้ไม่นาน เกมส์การผจญภัยยามดึกก็เริ่มครึ่ง
เรามีไวน์ 1 ขวด ฮันเดรด 1 ขวด และเหล้าต้มที่แรงกว่าใครๆ ที่ทางทีมงานต้มมาให้
เอาหล่ะ นี่คือภารกิจของเรา เราเล่นเกมส์ palapilii shot ที่ต้องมีมันทุกทริป
เวลาเพียงไม่ถึงสองชั่วโมง เหล้าก็หมดจนแบบน่าใจหาย พอแล้ว!!!
เรากลัวว่าร่างกายเราจะอ่อนแรงเกินจนทำให้ทริปพรุ่งนี้มันไม่สนุก
คนไหวก็นั่งคุยกันต่อไป แต่ส่วนตัวผมนั้นไซร้ หลบเข้าไปนอนเพื่อรอการผจญภัยในวันพรุ่ง…

Day 2:: สวัสดีเช้าวันที่สอง ไม่สิ… เช้าวันสุดท้ายเลยก็ว่าได้ เมื่อคืนต้องบอกเลยว่าหลับสบายมาก
ด้วยพิษจากการตากฝน ด้วยร่ายกายที่ผ่านการล่องแก่ง บวกกับกิจกรรมยามดึกที่ทำให้เราหายคึกไปเลยในคืนนั้น
ที่สอนของรีสอร์ทแห่งนี้ไม่ได้หรูเหมือนโรงแรมห้าดาวที่ผมเคยสัมผัส ไม่ได้ถูกจัดเรียงด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่สวยหรู
ไม่ได้ดูดีมีสง่าราศีเอาซะเลย มีเพียงแค่เตียงลูกฟูกที่ยัดนุ่นเข้าไป อันที่มันพับได้เหมือนที่นอนตามต่างจังหวัดอะครับ
แต่ทำไมมันหลับสบายขนาดนี้วะเนี่ยยย ผมนอนหลับโดยไม่ฝัน ไม่ตื่นกลางคัน ไม่รู้สึกว่านอนไม่พอเลย
ตื่นมาพร้อมกับความสดชื่นและพลังที่พร้อมจะผจญภัยในเช้าวันนี้

:: เดินไปที่โรงครัวก็พบกับเศษซากความฝัน ให้ตายเถอะ เมื่อคืนพวกกุคึกกันจัง ล่องแก่งเหนื่อยๆยังไม่พอ
ยังเผือกมีแรงมา-เหล้ากันอีกสามขวด และหนึ่งในสามยังมีเหล้าต้มของชาวบ้านอีกด้วย ตลบมือสิครับ
รออะไรกันอยู่ ๕๕๕ เช้านี้คุณป้าแม่ครัวทำไข่ยัดไส้ พร้อมกับข้าวผัดมาให้พวกเรากินกันร้อนๆ
ท่ามกลางบรรยากาศเย็นๆ ท่ามกลางป่าเขา ตอนนั้นกินอะไรก็อร่อยไปหมดครับ พวกเราตั้งวงคุยกัน
เล่าถึงเรื่องเมื่อวานว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง แต่ละคนก็หลุดพอสมควร ๕๕ นึกแล้วก็สนุกดี
เพราะทริปนี้มีทั้งไทยทั้งเทศทั้งคริสต์ทั้งพุทธ คุยไปสะดุดไปแต่มันก็ลงตัวอย่งาไม่มีที่ติ

:: เจ็ดโมงเครึ่งพี่ทีมงานก็มาตามตัวพวกเราแล้วครับ มาเตื่อนให้พวกเรารีบเก็บของ
เพื่อเตรียมตัวออกไปล่องแก่งกันตอนเช้า นาทีนั้นทุกคนจัดแจงข้าวของส่วนตัวและเช็คกันลืม
เราจะไม่กลับมาที่นี่อีก เราจะขึ้นฝั่งอีกทีก็นู้นเลย ปลายน้ำว้าตอนกลาง เราตุนขนม ตุนของกิน
ทาครีมกันแดดและแบกของทั้งหมดขึ้นรถ พร้อมกับปีนขึ้นหลังกระบะเข้าไปในจุดปล่อยตัวในวันสุดท้าย…

:: ขับรถเข้ามาในหมู่บ้านสบมาง ขวาบ้าง ซ้ายบาง ลงเนินบ้าง จากนั้นก็เข้าทุ่งหญ้าอันรกชัดแล้วรถก็ไปหยุดอยู่ริมแม่น้ำ
ว้าววว…. ถ้าจะบอกว่าสวยมันก็คงจะซ้ำ แต่ภาพที่เห็นข้างหน้ามันสวยเหลือเกิน
ข้างหน้าผมเป็นแม่น้ำเลื่อนสายตาไปจะเป็นเป็นสะพานสลิงที่ชาวบ้านช่วยกันทำ
เพื่อใช้ในการคมนาคมทางการเกษตรโดยมีฉากหลังเป็นภูเขาสูงใหญ่ที่มีไร่ข้าวโพดอยู่เต็มพื้นที่

:: ผมเห็นชาวบ้านกำลังสะพายตระกร้าหลังข้ามสะพานไปหาของป่า มันช่างเป็นอะไรที่เข้าถึงโดยแท้
ไม่รอช้าหยิบท่อแป๊ปในมือแล้ววิ่งเข้าไปที่ตัวสะพานเพื่อไปถ่ายรูปพี่น้องๆ เหล่านั้น
ทำยังไงผมถึงจะได้ขึ้นไปบนสะพานเส้นนั้นนะ ลองมองดูรอบๆ ก็เห็นว่ามีทางเดินเท้าเส้นเล็กๆ อยู่
ด้วยความมั่นใจว่าแม่มต้องใช่แน่ๆ เลยจ๊วงไปแบบไม่รีรอ จนสุดท้ายก็ได้ไปยืนอยู่บนนั้น
เช้าวันใหม่วันสุดท้ายรู้สึกว่ามันฟินจัง…

Middle Zoneบทนี้ผมจะไม่พูดพร่ำทำเพลง และจะไม่บรรเลงอะไรมาก บรรยากาศหลังจากนี้
ก็คงจะคล้ายกับเมื่อวานไม่ต่างกัน มีแก่ง แก่ง แก่ง แก่ง แกง่ และก็แก่ง
แต่รอบข้างสองฝั่งทางก็ยังอุดมไปด้วยป่าสวยงามอยู่ดี สำหรับตอนกลาง
แก่งหลักๆ ที่สนุก มันส์ และโหดระดับสี่ถึงห้าก็จะมี แก่งเสือเต้น แก่งกระโจน
แก่งห้วยเดื่อ ผีห่า เสือตะปบ รถเม แก่งใหม่ แก่งสร้อย และก็วังสม โหดๆ ทั้งนั้น
คงไม่มีอะไรมากแล้ว ไปชมภาพกันเลยดีกว่า ครับ : )

Highlight

:: สำหรับทริปนี้ก็ถือว่าเป็นอะไรที่ไม่ยากไป ไม่ง่ายไป ชิวดีครับ คนว่ายน้ำไม่เป็นไม่ต้องกลัวเลย
มาได้แน่นอน ผมคอนเฟิร์ม อย่างไรก็ตามแต่ภาพที่โชว์ไปข้างบนผมก็จำไม่ได้หรอกว่ามันเป็นแก่งอะไรบ้าง
แต่ก็พอรู้ พอจำได้ในบางส่วน เอาเป็นว่า ปีหน้าเพื่อนๆ ไปหาคำตอบกันเองแล้วกันสำหรับคำถามนี้
บทนี้ก็จะเป็นการนำ Highlight จากช่วงต่างๆ มาเพื่อนๆ ได้ชมกันนะครับ ไปดูกันเลย…Rafting : https://www.facebook.com/video.php?v=749726645121117&set=vb.339207546173031&type=3&theater

แก่งรถเมย์ : https://www.facebook.com/video.php?v=749699261790522&set=vb.339207546173031&type=3&theater

ร่องน้ำ : https://www.facebook.com/video.php?v=748140305279751&set=vb.339207546173031&type=3&theater

แก่งผีป่า : https://www.facebook.com/video.php?v=748116145282167&set=vb.339207546173031&type=3&theater

ตกแล้วหนึ่ง : https://www.facebook.com/video.php?v=748104105283371&set=vb.339207546173031&type=3&theater

we are team : https://www.facebook.com/video.php?v=745920072168441&set=vb.339207546173031&type=3&theater

:: สำหรับตอนอื่นๆ จะพยายามหาเวลามาอัพโหลดให้ชมกันนะครับ ขอบคุณที่ติดตามมาถึงตรงนี้

Leave a Reply

*