โห…. ต้องบอกเลยว่าไมเองเป็นคนที่ไปเนินมะปรางมาแล้วด้วยนะ แต่ไม่เคยคิดสงสัย หรือตั้งคำถามที่จะขึ้นเขาลูกนั้นที่เห็นริมฝั่งทางตอนเข้าไปพักที่บ้านมุง เนินมะปรางเลยสักครั้ง ล่าสุดเลื่อน Feed Facebook ก็ต้องตกใจ เพราะเขาหินปูนที่เราเห็นตอนนั้น เค้าพากันขึ้นไปถ่ายรูปสวย ๆ กันเต็มบ้านเต็มเมืองเลย

เอาล่ะ… บทความนี้เลยจะขอรีวิวสั้น ๆ เอาพอสังเขป ให้เพื่อน ๆ ได้เห็นมุมมองของคนคนหนึ่งที่อยากจะเห็นหนทางในการที่จะขึ้นไปบนเขาลูกนี้ ขอไม่ใช้คำว่าพิชิตละกันเนอะ มันดูยิ่งใหญ่เกินไป เอาล่ะ มาเริ่มกันเลย

สิ่งแรกที่ควรรู้คือเขาหินปูนแห่งนี้อยู่ที่บ้านมุง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลกครับ ทางชุมชนเล็งเห็นว่าเขาลูกนี้น่าจะทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้ เลยจัดตั้งชุมชนกลุ่มหนึ่งขึ้นมาเพื่อดูแลและจัดทริปขึ้นเขาลูกนี้ โดยมีนายพรานที่เป็นชาวบ้านบ้านมุงเป็นคนนำทางนั่นเอง

ซึ่งการเดินทางขึ้นไปข้างบน เพื่อน ๆ สามารถค้างแรมหรือจะขึ้นลงวันเดียวเลยก็ได้ ในส่วนของการขึ้นลง จะเป็นช่วงเช้า และช่วงบ่าน สำหรับรอบพระอาทิตย์ตก แต่ก็นะ ยังไงหากมีเวลา ไมก็แนะนำให้นอนค้างข้างบนไปเลยสักหนึ่งคืน ข้อมูลตรงนี้เอง เพื่อน ๆ สามารถสอบถามได้จากทางคุณอังได้ทางนี้เลย Line: https://lin.ee/11op689

และส่วนของค่าใช้จ่ายราคาเริ่มต้นจะเริ่มต้นที่ 1,500 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่ร่วมทริปกับเราครับ ยิ่งเยอะ ยิ่งถูก และข้างบนนั้นมีโซนให้นอน 3 โซนด้วยกัน ได้แก่ โซนแคร่ โซนหมูกระทะ และโซนหน่อแรด เรียงจากระยะใกล้ไปไกล ในบทความนี้เราจะพูดถึงเพียงแค่โซนแคร่เท่านั้น

การเดินทางเพื่อน ๆ จะต้องนำรถไปจอดที่ศูนย์บริเวณถ้ำเดือนถ้ำดาวหลังหมู่บ้านครับ หลังจากนั้นพี่ ๆ เค้าจะแจกหมวดกันน๊อคและถึงมือสำหรับปีนไต่ ให้น้ำคนละ 6 ขวดเล็ก มีข้าวเหนียวหมูทอดห่อใบตองให้คนละหนึ่งห่อ และมีโจ๊กคัพให้ทานสำหรับมื้อเช้าอีกวัน เรียกได้ว่า ไปง่าย ๆ กินง่าย ๆ และรีบกลับลงมาแบบง่าย ๆ ด้วยเลยนะ

แน่นอนว่าข้างบนไม่มีน้ำอาบ แนะนำว่าทิชชู่เปียกจำเป็นมาก ไฟฉายคาดหัวก็สำคัญ รองเท้าคือต้องเป็นสำหรับเดินป่าเท่านั้น เสื้อผ้าถ้าเป็นแขนขายาวได้ยิ่งดี เพราะหากผิวหนังขุดไปกับหินมีเลือดซิบแน่นอน เรื่องห้องน้ำไม่มีนะครับด้านบน แต่ทางชมชนเค้าก็ซื้อโถส้วมพลาสติกพกพาขึ้นไว้ให้แล้ว ใช้ถุงดำรอง จากนั้นทำธุระเสร็จก็ปิดปากถุงของตัวเอง แล้วมัดให้มิดชิดเลย

เริ่มต้นเดินจากศูนย์ไปยังจุดขึ้นเขา ระยะราว ๆ 1 กิโลเมตร จะผ่านสวนมะม่วง สวนยางพารา ตรงนี้เองถือว่าเป็นการวอร์มร่างกายอย่างดีเลยนะ แต่สำหรับบางคนบางกลุ่มจะมีรถอีแต็กบริการครับ จะเอาแบบนั้นก็ได้ แต่คือต้องบอกงี้ว่า ทางเดินหลังจากจุด Start จะไม่มีทางราบเลยอีก 1 กิโลเมตร ฉะนั้นการเดินทางราบ 1 กิโลเมตร ผ่านสวนผลไม้ต่าง ๆ ถือเป็นเรื่องราวที่ดี

ทำไมถึงชื่อล่องเรือตาหมื่น ก็เพราะว่าทางขึ้น มันเป็นล่องเขาครับ เขาสองลูกมันเหมือนถล่มแหละ แล้วก็มีล่องให้สามารถเดินขึ้นไปได้ ตาหมื่นแกขึ้นไปตัดต้นตะเคียน แล้วเวลาแกจะเอาไม้ลงมาจากเขา แกก็ใช้เส้นทางนี้นั่นเอง เรียกได้ว่าแกเป็นคนค้นพบล่องเขานี้เป็นคนแรกเลยว่าไปแบบนั้น เลยตั้งชื่อเป็นเกียรติให้แกไปเสียเลย ปัจจุบันแกน่าจะเสียไปแล้วละ

อ่อ ละก็ เขาหินปูนที่นี่แหลมคมมาก เชื่อกันว่าแถวนี้สมัยก่อนเป็นทะเลนะครับ แล้วก็มีเขาลูกนี้เป็นเกาะโผล่ขึ้นมา เพราะเวลาที่เราขึ้นไปบนเขา เราจะเห็นพวกซากหอย ซากกลางปลาอะไรพวกนี้ระหว่างทางด้วย อันนี้ก็เป็นการสันนิษฐานเบื้องต้นจากชาวบ้านเท่านั้น

พอเริ่มขึ้นเขาจะไม่มีจุดพักเลยนะ จนกว่าจะถึง 500 เมตรแรก จุดแรกจะเป็นหินปนดิน มีต้นไม้เถาวัลย์ให้เกี่ยวบ้าง แล้วก็เชือกแทบจะตลอดทั้งทาง ความชันผมให้70 องศาเลยบ้างจุด รองเท้าดอกลึก ๆ คือสำคัญมากจริง ๆ ระหว่างที่เราเดินขึ้น ด้านหลังของเราก็จะเป็นช่องแสงลอดระหว่างเขาสองลูก มองไปเป็นวิวของบ้านมุง สวยงามมาก ๆ

หลังจากจบจุดพักช่วงแรก จะเป็นช่วงที่ชันมาก ๆ ขึ้นอย่างเดียว บางช่วงต้องใช้บันไดลิง เรื่องเชือกนี่ไม่ต้องพูดถึง มีให้ดึงตลอดทั้งทาน จากดิน หิน ต้นไม้ จะเหลือแต่หินปูนแหลม ๆ ถ้าเผลอก้าวพลาดท่าไป หล่นหรือร่วง รับรองมีเนื้อถูกหินคม ๆ ปาดออกมาเป็นแผ่นเบคอนแน่ ๆ

ช่วงนี้จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ จริงอยู่ที่ทางไม่ไกล แต่ก็หินไม่ใช่ย่อย เดินปีนบันไดรัว ๆ ขึ้นมาจนถึงชั้นพักจุดที่ 2 จุดนี้สามารถไปต่อได้สองทาง ทางแรกคือปีนบันไดลิงชัน ๆ ราว ๆ 4-5 ตอน ส่วนอีกโซนคือเลาะหินผาไต่เชือกขึ้นไปทางขวาของหุบเขา อันนี้เลือกกันเองเอง…

ใช่… ทีมเราเลือกเลาะหินหน้าผา ไต่ไปตามเส้นเชือก ความอันตราย อันตรายกว่าปีนบันไดลิงแน่นอน แต่สิ่งที่ได้มาก็คือวิวระหว่างทางสวยมาก แต่สุดท้ายทั้งสองทางก็จะไปบรรจบพบกันเหมือนเดิม ซึ่งจุดนี้เอง จะมีต้นไม้ดอกส้ม พร้อมกับวิวหน้าผาและดวงอาทิตย์ตกดินอยู่ เพื่อน ๆ สามารถถ่ายภาพมุมนี้ได้

จากจุดนั้นก็ไม่ได้ไกลเกินกว่าที่จะไปถึงจุด Camping ของเราแล้วล่ะ เดินไปอีกราว ๆ 30-50 เมตร ก็ถึงเลย และนี่ คือโซนแคร่ จุดค้างแรมของเราในค่ำคืนนี้

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าที่นี่ไม่มีอะไรเลย ต้องขอบคุณพี่ ๆ นายพราน ที่แบกไม้ไผ่ขึ้นมาทำแคร่สำหรับพักผ่อนให้นักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ เอาเป็นว่ามันดีมาก และมุมแคร่คืออยู่ตรงกับจุดอาทิตย์อัสดงพอดี ให้ภาพเล่าเรื่องเลยดีกว่า

จุดนี้เองเพื่อน ๆ จะกางเต้นท์นอนก็ได้ แต่เรามากันห้าคน พื้นที่ไม่พอ จึงนอนถุงนอนกันครับ และอีกอย่าง ด้านบนไม่ได้หนาวขนาดนั้น การนอนถุงนอน จึงถือเป็นอะไรที่เหมาะสมมาก ๆ ระหว่างนี้อยากให้ดูวิวจากที่พักของเราครับ อลังกาลมาก!!!

จำไม่ได้ว่าเล่าเรื่องของกินให้ฟังยัง จะบอกว่าแพ็คเกจขึ้นเขาที่ซื้อจากทางพี่อัง (ติดต่อได้ที่ Line: @gotravel) นั้นจะรวมน้ำหกขวด ข้าวเหนียวหมูทอด และโจ๊กคัพคนละหนึ่งคัพครับ ส่วนใครจะแบกหมูกระทะจากด้านล่างขึ้นมา ก็ได้นะ ยิ่งดีเลยถ้าแบกไหว บรรยกาศคงฟินน่าดู

ในส่วนของห้องน้ำก็จะเป็นเหมือนรูปด้านล่างเลยครับ เอาที่นั่งพลาสติกมาให้ละก็มีถุงดำใช้ไว้ห่อถ่ายหนักถ่ายเบา จัดการเสร็จก็มัดปากถุงไว้ในนั้นเลย เดี๋ยวพี่ ๆ เค้าจะเก็บลงไปเอง แนะนำให้ดูแลให้สะอาดนะครับ จะได้ไม่ลำบากพี่ ๆ เค้า

ถามว่าข้างบนมียุงไหม ผมไม่โดนยุงกัดเลยนะ แต่กับคนอื่นไม่รู้เลยว่าโดนไหม  ช่วงที่เราไปเป็นช่วงจันทร์เต็มดวงครับ บนเขาสว่างมาก ๆ และแน่นอนว่าถ่ายดาวไม่ค่อยติดเลย เราเลยคิดว่าจะมาใหม่กันอีกรอบ นี่เป็นบรรยากาศช่วงดึกวันนั้นครับ ฟีลลิ้งกำลังดีเลยสำหรับคนชอบอาบแสงจันทร์

เอาล่ะ ตอนนอนมีสิ่งหนึ่งที่เพื่อน ๆ ควรรู้ นั่นก็คือกลางวันแดดจะเลียจะเผาหินปูนตลอดทั้งวัน ฉะนั้นตอนกลางคืนไม่ต้องพูดถึงครับ เค้าคายความร้อนตลอดเวลา ใครที่คิดว่าข้างบนจะหนาวเลิกคิดเลยครับ พวกเราถอดเสื้อนอนกันเลย อบอ้าวมาก ๆ เตรียมตัวให้ดีนะครับ แต่ถ้าหน้าหนาวก็ไม่แน่น้าาาาา…

เอาล่ะครับ จากบทความนี้ เราเล่าเพียงการเตรียมตัว และการเดินทางจนมาถึงโซนแคร่เท่านั้น ยังมีโซนหน้าเมือง หมูกระทะ และหน่อแรดที่ให้เพื่อน ๆ ไป Explore กัน หวังว่าบทความนี้ จะเป็นน้ำจิ้มชั้นดี เรียกน้ำลายความอยากเดินทางให้เพื่อน ๆ ได้เก็บกระเป๋าไปที่นี่กัน

และสำหรับคนที่สนใจทริปนี้ สามารถติดต่อกับ Go Travel ได้โดยตรงที่ Line: https://lin.ee/11op689 อ่อ… สุดท้าย ขอย้ำอีกครั้งสำหรับใครอยากแบกหมูกระทะขึ้นไปทานด้านบน ที่นี่มีลูกหาบราคา 500 บาทให้เพื่อน ๆ ใช้บริการด้วย รายละเอียดน้ำหนักยังไง ก็ลองไปคุยกันเอาเองครับ แล้วเจอกันระหว่างทาง… 

Print Friendly, PDF & Email

Pin It on Pinterest

Share This