11 สถานที่ในไทย ที่ควรไปก่อนตาย

11 สถานที่ในไทย ที่ควรไปก่อนตาย       

ขอเกริ่นก่อนเลยว่าประเทศไทยมีท่องเที่ยวที่สะดุดตาเยอะมากๆ แต่ที่ไมมาจัดสถานที่ข้างล่างนี้ให้เป็นสถานที่ที่ควรไปก่อนตาย ก็เพราะว่า แต่ละที่ ไม่ได้ไปง่ายและสะดวกสบาย หากต้องใช้กำลังแรงกายในการเอาเท้าทั้งสองข้างของเราขึ้นไปเหยียบ และสัมผัสกับพื้นที่ตรงนั้น กิจกรรมตรงนั้น 11 สถานที่ที่กล่าวมาข้างล่างนี้ คิดว่าเหมาะสมแล้ว ที่คุณเกิดมาเป็นคนไทยครั้งหนึ่ง ควรค่าแก่การได้ไปสัมผัส ภาพบางภาพไม่ได้มาจากการกดชัตเตอร์ของผม แต่ก็ขออนุญาตนำมาเผยแพร่ ณ ที่นี่ ด้วยเลยนะครับ ว่าแล้วก็ไปดูสถานที่แรกกันเลยดีกว่า : )

1. โมโกจู จังหวัดกำแพงเพชร

โมโกจู

(Photo by Boy Potter)

ตอนแรกก็กะว่าจะไม่พูดอะไรมากมาย แต่เอาซะหน่อยดีกว่า มาดูเหตุผลของผม ว่าทำไมถึงจัดให้แต่ละสถานที่นั้น อยู่ในหัวข้อควรเที่ยวก่อนตายตัวนี้ ที่แรกที่เราจะพูดถึงคือโมโกจู เพื่อนๆ รู้ไหมว่า การที่จะเอาตัวเองขึ้นไปกระโดดถ่ายรูปชิคๆ แบบนั้นได้ ทั่วไปแล้วจะต้องใช้เวลาเดินป่า 5 วัน 4 คืน กินนอนในป่า ทำกับข้าวเอง น้ำกินก็เติมเอาจากน้ำตก ระยะทางไปกลับราวๆ 50 กิโลเมตร ฟังคร่าวๆ แล้วคงไม่ต้องบรรยายบรรยยกาศข้างในไปมากกว่านี้แล้วใช่มั้ยหละ

2. เขื่อนรัชประภา จังหวัดสุราษธานี

แพห้าร้อย

(Photo by แพ 500 ไร่)

สำหรับเขื่อนรัชประภานี่บอกได้คำเดียวว่าไม่มาแล้วจะเสียใจสุดๆ ถือเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างมาง่ายมากที่สุดสำหรับคอนเทนท์ตัวนี้ เพราะแค่เดินทางมาท่าเรือ ก็เอาตูดนั่งเรือต่อเข้ามาในตัวเขื่อนเลย ที่แห่งนี้เรียกอีกอย่างว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย” ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีไฟฟ้า ทุกอย่างถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เหมาะที่จะเป็นสถานที่รีแล๊คส์และคุยกับหัวใจตัวเองเป็นอย่างมาก

3. เขาช้างเผือก จังหวัดกาญจนบุรี

10858638_823526411074473_7374296107641483898_n

(photo by Palapilii)

ด้วยตัวเนินเขาที่ไม่ชันมากและทางเดินที่เดินขึ้นเช้ากลับตอนเย็นได้ (แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต) นึงทำให้สถานที่นี้เป็นอีกที่หนึ่งที่ควรค่าโคตรๆ ครับ นอกจากจะเดินง่ายแล้ว เมื่อมาบนสันหัวช้างแล้วสวยลืมเลยครับ คือไม่ว่าจะเดินป่าเขาลำเนาไพรที่ใดมา หัวใจก็ต้องมาหยุดกับเขาช้างเผือกจริงๆ ครับ คือสวยยอม คือแบบ ไปมาแล้วสี่รอบ และยังคิดว่าจะไปทุกปีอีกด้วย จุด Climax มันอยู่ตรงนี้ครับ ก่อนจะมาถึงตรงนี้ได้ จะมีด่านหนึ่งด่านที่เรียกว่า “สันคมมีด” ถ้าอยากรู้ว่าคืออะไร เตรียมจองขึ้นเขาลูกนี้ปีนี้เลย

4. สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี

สามพันโบก

(Photo by Joeziz)

อีกที่หนึ่งที่ไกลสุดขอบแดนตะวันออก คือแบบติดประเทศลาวไปเลยครับ แต่ด้วยประติมากรรม และสถาปัตยกรรมของชาวไทย ที่อิงไปตามแบบของกรีซ จึงทำให้ช่างศิลป์ สร้างประติมากรรมหลายร้อยพันหลุมนี้ขึ้นมาไ… พ่อง! ไม่ใช่นะครับ หลุมกว่าสามพันหลุมที่เก็นในภาพ เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ช่วงหน้าน้ำ น้ำจะท่วมเอ่อนอง สลับกับหน้าแล้งที่ไม่มีน้ำเหลืออยู่เลย เหตุการณ์เป็นแบบนี้หลายร้อยแสนล้านปีเค้า ก็ทำให้เกิดการกัดเซราะกราว เอ้ย! (เซราะกราว เป็นภาษาเขมร แปรว่า บ้านนอก) กัดเซาะของหินทราย จึงทำให้เป็นรูปหลุมสวยงามอย่างที่เห็น ที่เด็ดอยู่ที่ หินหัวหมา กับหลุมมิคกี้เมาส์ ยังไงลองไปหากันดูนะครับ : )

พอพูดถึงอุบล หรือเชียงใหม่เนี่ย ก็ดูว่าการเดินทางจาก กทม.จะใช้เวลานานขึ้น แต่อย่าลืมว่าเดี๋ยวนี้ตั๋วโปรมีเยอะครับ แถมยังมีเว็บเปรียบเทียบราคาตั๋วบินมาเปรียบเทียบราคาสูงต่ำไว้ให้เราเพื่อสะดวกต่อการเดินทาง สำหรับผมเองก็จะใช้ Traveloka นะ เพราะประหยัดกว่าเจ้าอื่นๆ ชัวร์ แล้วก็ไม่คิดค่าธรรมเนียมเพิ่มจากราคาที่โชว์ แถมยังจ่ายเงินด้วยการโอนเข้าบัญชีแบบไม่เสียค่าบริการอีกด้วย

5. ดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

เชียงดาว

(ภาพจาก : คุณ popumon – pantip accout)

สถานที่แห่งนี้คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่เกือบจะคร่าชีวิตของผมมาแล้วในวงการรีวิว ณ สถานที่แห่งนี้ มีหลวงปู่คำแดงดูแลอยู่ เชื่อว่าท่านจะคอยดูแลชาวล้านนาให้อยู่ดีกินดีมีความสุขตลอดไป… เข้าเรื่องของเราต่อครับ ที่แห่งนี้สูงไม่มาก สูงไม่ถึง 2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล แต่ทำไมเดินขึ้นไปยากและเหนื่อยก็ไม่รู้ อันนี้ผมยอมจริง จุดเด่นของมันอยู่ที่เขาเป็นเขาหินปูน ถ่ายรูปตอนตะวันตกดินสวยมาก เพราะจะมีเขาอีกเขาหนึ่งที่มีรุปทรงสวยสะดุดตาบังคั้นม่านแดดบางส่วนเอาไว้ ควรไปเดือนพฤศจิกายน เพราะจะมีดอกไม้ที่สามารถเกิดได้ที่เดียวในประเทศไทยอย่าง … อะไรแก้วๆ นี่แหละ จำไม่ได้ ยังไงลองไปหาต่อกันเองนะครับ คือแบบ จะมีเฉพาะที่นี่ และเดือนพฤศจิกายนเท่านั้น

6. ทุ่งดอกบัวตอง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

10377158_777273292366452_3530002990818781471_n

(Photo by Palapilii)

จุดนี้ขอไม่พูดอะไรมาก ขับรถออกไปทาง ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ไปตามทางเรื่อยๆ ก็จะเจอป้ายบอกทางเองแหละ เห็นแล้วจะต้องสะดุดตาจริงๆ เพราะคือมันแบบ มันแบบ เหลืองท่วมภูเขา ใครไม่จอดรถแวะถ่ายรุปก็แย่แล้วครับ หนักไปกว่านั้นคือ จะบานช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนเท่านั้น จดๆๆ แล้วรีบบุ๊ควันเวลาไว้ เตรียมตัวไปปีนี้เลย

7. เกาะพะงัน (Full Moon Party) จังหวัดสุราษธานี

10845941_793940477366400_5761104419913197607_n

(Photo by Palapilii)

เกาะแห่งนี้คือสรวงสวรรค์ของผม และเหล่าขี้เมาทั้งหลายครับ ในตัวเกาะมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติแบบจุใจ น้ำใสๆ หาดขาวๆ ขาวยาวๆ นมให… เอ้ย! จะบ้าหรอ เอาเป็นว่า หากใครโตมาจนอายุจะ 30 แล้วยังไม่เคยไป Full Moon Party ที่เกาะพะงันถือว่า สอบตกนะครับ ควรไปซักครั้งครับ ไม่เถื่อนอย่างที่คิด แถมได้มิตรภาพกลับมาแบบสุดตรีนจริงๆ กินและเต้นกันยันเช้า

8. เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล

koh-lorgroy-02

(Photo by Mr.Kachen)

ลืมตาชัย สิมิลัน และอะไรอีกหลายๆ อย่างไปได้เลยเมื่อเจอเกาะหลีเปีะ รู้ไหมทำไม ก็เพราะในช่วงเวลานี้ ไม่มีทะเลไหนที่สวยเกินกว่าเค้าอีกแล้ว บวกกับระบบนิเวศน์ที่ยังสมบูรณ์กว่าทุกๆ เกาะในประเทศไทย อาจสืบเนื่องด้วยเพราะไม่โดนซึนามิ จึงทำให้ปะการัง และสัตว์น้ำยังคงมีอยู่อย่างสมบูรณ์มาก หากเคยสงสัยว่าสรุปมัลดีฟไทยแลนด์อยู่ที่ไหนกันแน่ (คือกุเห็นแม่งทุกที่เป็นมัลดีฟหมดเลยไง บางที่กุก็งง อิห่าาาา) ที่นี่ คือมัลดีฟ ไทยแลนด์ของจริงครับ การันตรีด้วยอะไรดีอะ เอาเป็นว่า ไป แล้วจะรู้ ; )

9. ทะเลบัวแดง จ.อุดรธานี

ทุ่งบัวแดง

(Photo by คุณสุรพล สุภาวัฒนกุล)

ค่อนข้างกันดารหน่อย กิจกรรมไม่มีอะไรให้ทำมาก ก็แค่นั่งไปดูดอกบัวสีชมพูบ้างสีแดงบ้าง ดูน่าเบื่อออก แต่กุจะบอกให้ครับ หลังจากที่กุนั่งเหลือไปอยู่กลางแม่น้ำ อิห่าราก คือเมิงจะอลังการไปไหน กุตามไม่ทัน กุไม่คิดว่าที่กันดาร บ้านนอกๆ ที่มีควายเดินข้างถนน จะมีอะไรแบบนี้มาทำให้หัวใจกุเต้นเร็วกว่าเดิม recommend ครับ ไปๆๆๆๆๆ อย่าพลาดเด็ดขาด

10. น้ำว้า จังหวัดน่าน

12-02-03-a8f15

(Photo by jangandjaytour)

เริ่มเหนื่อยแล้ว จริงๆ ทั้ง 11 ที่ ก็มีรุปของตัวเองที่ถ่ายเก็บไว้นะ แต่คือแบบ มันไม่สวยอ่ะ ยังไงต้องขอโทษผู้อ่านอีกครั้ง หากไม่ใช่ภาพของผมเอง และขออนุญาตพี่ๆ เจ้าของภาพอีกครั้ง ในการนำภาพสวยๆ ของพี่ๆ มาเผยแพร่ใน content ก่อนตายตัวนี้ มาถึงน้ำว้า มันคือแม่น้ำธรรมดา แต่เชี่ยวกราก คนบ้าๆ ชอบเอาเรือยางมาพายเล่น เท่านั้นยังไม่พอ แบกข้าวของที่นอนเต้นมุ้งขึ้นเรือ แล้วล่องไปกับน้ำด้วย คว่ำบ้าง ตกบ้าง จมบ้าง สุดท้ายก็ไปตั้งแคมป์กันกลางป่าข้างริมน้ำ ที่นี่คือที่สุดของที่สุดในประเทศไทย ใช้เวลาล่องแก่งราวๆ 3 วัน 2 คืน ระยะทางล่องแก่งกว่า 100 กิโลเมตร คือเมิงล่องจนลืมวิธีการเดินไปเลย เอาเป็นว่าไปครับ เพราะที่นี่ คืออันดับหนึ่งของประเทศไทย

11. ปิโต๊ะลอซู จังหวัดตาก

5.น้ำตกเปรโต๊ะลอซู

(Photo by Dome Sapaipe)

ที่สุดท้ายขออนุญาตภาพจากพี่โดมชาวสะพายเป้นะครับ ช่วงพี่ผมไปแม่งน้ำแห้ง ถ่ายมาเห็นแต่หิน (สึส เศร้าใจ กุทำผิดไรเนี่ยยย >< ) สถานที่แห่งนี้ต้องใช้เวลาเดินป่าราวๆ 3 วัน 2 คืน ในการขึ้นไปดูน้ำตกอะไรก้ไม่รู้ที่ไหลมารวมกันเป็นรุปหัวใจ หากใครที่รุ้จัก “ทีลอซู” อาจจะเข้าใจว่ามันคือน้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศ แต่ขอให้เข้าใจอะไรไว้ตรงนี้เลย ว่าแม่ง “ผิด” น้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศไทย คือที่นี่ “ปริโต๊ะลอซู”

          เป็นยังไงบ้างครับเพื่อนๆ คะแนนเต็ม 11 ได้ไปคนละกี่แต้มกัน ไม่สำคัญว่าคุณจะเคยไป ไปช้า หรือไปเร็ว มันสำคัญว่า คุณได้อะไรกลับมาจากสถานที่นั้นๆ ที่คุณไปหรือเปล่า แบกเป้ลากกระเป๋า แล้วตามไปเก็บ Bucket List ก่อนตายกันเลยดีกว่าครับ

Content by Palapilii

Print Friendly, PDF & Email
3 Comments

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *