Site icon PALAPILII-THAILAND

Backpack แกรนแคนย่อน – ม่อนแจ่ม ด้วยเงิน 2,500 บาท

:: คนแปลกหน้าสิบห้าคน ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มาเจอกันที่สถานีขนส่งแห่งหนึ่งใน กทม. และนั้นคือการเจอหน้ากันครั้งแรกของพวกเค้า กับทีมงานของเราอีกห้าคน ใช่ครับ พวกเรามาจากเพจ PALAPILII Thailand เพจที่มีดราม่าบ่อยมว๊ากกกก T T แต่การนัดกันครั้งนี้ ก็เพื่อที่จะไปถ่าย Spot Video – Cliff Jumping ที่แกรนแคนยอนกันครับ เอาหละ จากต้นจนจบ คือแกรนแคนย่อนกับม่อนแจ่ม ทุกกิจกรรม ทุกค่าใช้จ่าย คือการแชร์ ไปดูกันสิว่า เวลามากับ PALAPILII Thailand บรรยากาศมันจะเป็นยังไงกันบ้าง อร๊ยยย > <

[Video] Grand canyon Chiangmai – Cliff jumping

 

— FOLLOW US —

DAY 1

:: ทริปนี้วางแผนมาอย่างดีครับ ทุกอย่างถูกจองไว้หมดแล้วก่อนมา ไม่มีมามั่วหน้างานเหมือนทริปก่อนๆ เราจองการเดินทางไปกลับกทม. กับสยามเฟิร์สทัวร์ จองรถแดงของคนพื้นที่ รวมถึงจองที่พักที่ม่อนไอดินไว้เรียบร้อย ทุกอย่างถูกต่อราคามาแล้วอย่างดี บวกกับช่วงหน้าฝน มักจะได้ราคาหรือส่วนลดที่พิเศษกว่าฤดูอื่น รถออก 20.00 น.ของวันศุกร์ เรานัดกัน เจอกันด้วยหน้าตาที่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน แต่ก็ทักกันเสมือนว่า เคยไปเที่ยวด้วยกันมาแล้วทริปหนึ่ง จาก กทม. ไปเชียงใหม่ ถึงก็ 6 โมงเช้าพอดี

:: ค่ารถไปกลับ กทม. – เชียงใหม่ ราคา 1,000 บาทครับ ทั้งไปและกลับเราเลือกรอบ 20.00 น. เมื่อมาถึง ก็โทรหารถแดงอย่างไม่รีรอ บอกพี่เค้าว่ามาถึงแล้ว มารับด้วยที่ชาลชลาที่ 8 เราเหมารถแดงไว้ 2 วัน 1 คืน คุยกันง่ายๆ เราไปไหนพี่เค้าไปด้วย บริการดี มีน้ำใจ ทั้งหมดทั้งสิ้น คันละ 2,800 บาททั้งทริป (เราเหมามา 2 คัน) หลังจากทุกคนทำภารกิจส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย ก็ขนของขึ้นรถแดงแล้วเดินทางไปบ่อดินเก่า หรือที่เราเรียกว่า “แกรนแคนยอนเชียงใหม่” นั้นแหละ ใช้เวลาราวๆ 45 นาทีครับ ไปตอนเช้า ไม่มีใครมีแต่เรา บรรยากาศดีโคตรๆ

ข้อมูลการติดต่อ

– สยามเฟิร์สทัวร์ : http://www.siamfirst.co.th/
– รถแดงเชียงใหม่ : 083-577-1869

:: ทริปนี้ไม่เม้าส์เยอะ บอกแต่ข้อมูลเน้นๆ ไม่รู้จะเล่าอะไรให้ฟัง อยากให้ลองไปเที่ยวด้วยกันดูมากกว่า ๕๕๕ เอาหละ เมื่อมาถึงบ่อดินเก่าจะเสียค่าเข้าคนละ 50 บาท จ่ายตังค์ไปจะได้บัตรมา 1 ใบ ใช้แลกน้ำชาได้ 1 แก้ว หรือเป็นส่วนลดค่าน้ำในร้านกาแฟได้ 25 บาท อ่อ.. ที่สำคัญ ฟรีชูชีพ เพราะฉนั้นจมยาก แต่ตายง่าย เอ้ย! ไม่หรอก ก็ระวังตัวเองสิวะ ๕๕๕๕

:: กุว่าคนไม่เคยไป ยังไงก็ตื่นเต้น คือมันสวยนะ กุว่ามันสวย และเป็นโลเคชันที่แปลกดีด้วย เรามาที่นี่เพื่อมาทำภารกิจ นั้นก็คือ กระโดดจากจุดสูงสุดที่ 17 เมตร ทุกคนเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวถ่าย Spot Video ซึ่งฉากแรกของการถ่าย คือการลังกาหลังลงจากจุดโดดด้วยความสูง 17 เมตร และนี่ คือการกระโดดเปิดฉากของทริปๆ นี้

:: เราเตรียมตัวกันมาอย่างดี มี Safety (ทีมงาน สวค.) มีคนโดดลงไปเช็คก่อนว่าจะตายมั้ย (อิเดฟ) เพราะเราต้องมั่นใจว่าจะไม่ได้รับการบาดเจ็บใดๆ จากทริปนี้ แต่ก็นะ จากข้อมูลทางกายภาพเบื้องต้น

– ความสูงจากจุดโดด 17 เมตร
– น้ำลึก 40 เมตร
– จับเวลาคร่าวๆ ได้เวลากระทบน้ำใน 2 วินาที

:: เมื่อคำนวณตามหลักฟิสิกส์จากสูตร v = u + gt คร่าวๆ แล้ว จะได้ความเร็วตกกระทบที่ 70 km/h ให้ตายเถอะ มันค่อนข้างแรง แล้วถ้าโดดมาผิดท่าหล่ะ ก็เจ็บปางตายครับเพื่อนๆ ซึ่งความเจ็บจะแปรผันตามสูตร p = mv ครับ ยิ่งเมิงอ้วน แรงแทกก็จะเยอะกว่าชาวบ้านเค้านั้นเอง และหลังจากการเปิดพิธีลังกาหลังไปเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงพิธีการแห่คนเข้างาน เอ้าเห้ยยยย เว่งงงงงงงงงงงง ๕๕๕๕

:: ครึ่งวันแรกไม่ทำอะไร เวลาหมดไปกับการกระโดด โดด โดด แล้วก็โดด คือแม่ม เจ็บกันเกือบทุกคนครับ เพราะมันค่อนข้างสูง ไม่สิ มันสูงเลยแหละอิฮ่าาาา เราก็ไม่กลัวกันนะ โดดกันคนละ 4 – 5 รอบ โดดแม่มเกือบหมดทุกที่ที่โดดได้ ว่ายน้ำเล่น พายเรือยาง ลังกาหลัง เล่นซ่อนแอบ มอนซ่อนผ้า เล่นตุ๊กต… พ่อง! เมิงไปเล่นตรงโน้นไป เออ นั้นแหละ เอาเป็นว่า ให้ภาพบรรยายแทนกุละกัน ๕๕๕๕

:: อิสึส! เล่นกันจนตัวดำเหมือนบินมาจากแอฟริกาใต้เลยเมิง ขึ้นๆ หลังจากที่ทุกคนทยอยขึ้น และอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เราก็คุยกันว่าจะไปหาอะไรอร่อยกินข้างในเมือง เพราะร้านอาหารตรงนั้นแม่มแพงเ_ี้ยๆ นิกะขายสร้างตึกกันเลยทีเดียว เมิงอย่าไปว่าเค้า เค้าขายในราคาต่างชาติ ๕๕๕ เออๆ นั้นแหละ เอาเป็นว่า ขึ้นรถแดงแล้วเข้าเมืองกันก่อน หิว บ๊ายบ่ายแกรนแคนย่อน เด่วไปฝึกลังกาสามตลบแล้วจะกลับมากระโดดใหม่ ๕๕๕

:: เพื่อนบอกว่าร้านนี้อร่อยมาก เราบอกพี่คนขับรถ ให้พาไปร้านนี้ เดินทางไม่นานก็มาถึง เมนูเด็ดก็คือข้าวซอย มีเนื้อ มีหมู มีไก่ ราคาชามละ 40 บาท และก็มีเมนูหมูสะเต๊ะ ให้ได้สั่งกันเล่นๆ จานของผม ข้าวซอยเนื้อ เนื้อเปื่อยและยุ่ยมาก อร่อย ยังไงก็มาลองดูกันครับ ชื่อร้าน “ข้าวซอยเสมอใจ”

:: เสร็จจากของคาว ก็มาฆ่าเวลาต่อด้วยของหวานครับ จะให้ไปที่ไหนได้ถ้าไม่มา Landmark ของที่นี่ นั้นก็คือ iberry นั้นเอง มาทำให้พี่โน๊ตเค้ารวยขึ้นไปอีก แต่ก็อย่างว่า แกขายดีไซน์แก ของกินแกก็ดีไซน์แปลกกว่าคนอื่น และก็อร่อยพอใช้ได้ เราสั่งน้ำและของกินมาแบบรวมๆ กัน กินคนละนิดละหน่อย พอหอมปากหอมคอ เน้นเม้าส์มอยส์ซะส่วนใหญ่ และไม่รู้ทำไมทริปนี้มันฮาดิปกว่าเดิมก็ไม่รู้ เถื่อนไปอ๊กกกกกก

:: ก่อนกลับ ก็พากันไปถ่ายรูปกับหัวพี่โน๊ต คือคิดกันเล่นๆ ว่าจะหัวเข้าไป 20 คน แล้วให้เห็นแค่ขา 40 ขา ฮ่ารากกกก ทำมั้ยดั้ย ๕๕๕๕ แต่อยากทำได้ แปลกดี แต่ก็นะ เอาเป็นว่า แช๊ะภาพรวมเป็นที่ระลึก ก่อนจะขึ้นไปม่อนไอดิน ที่พักสำหรับพวกเราในค่ำคืนนี้

:: จากตัวเมืองเชียงใหม่ไปบริเวณม่อนไอดิน ใช้เวลทั้งสิ้นกว่า 2 ชั่วโมง จริงๆ ไม่ไกล แต่เชียงใหม่รถติดมว๊ากกกก เราแวะซื้อหมู ซื้อเสบียง ซื้อขนม ซื้อเครื่องหมัก ไปหมักหมูหมักเนื้อ ย่างกินกันข้างบน คืนนี้เราจะจัดหนัก เอาให้เข้ากับบรรยากาศ เอาให้คนที่มาทริปครั้งนี้สนิทกันกลับบ้านไปเลย ๕๕๕

:: บรรยากาศสองข้างทางในช่วงที่อยู่แม่ริมชิวมาก บรรยากาศดี แล้วยิ่งช่วงที่ขึ้นไปทางม่อนไอดินนะ เย็นสบายสุดๆ

:: และไม่นานนัก เราก็มาถึง “ม่อนไอดิน” คือมันไม่มีวิวสวยๆ เหมือนม่อนอื่นนะ แต่มันดู Private เพราะต้องเข้ามาลึกอีก 100 เมตร จากถนนใหญ่ ข้างในถูกล้อมรอบด้วยภูเขาและแปลงผัก มันคือวันเขาเราจริงๆ คืนนี้คงเสียงดังป่าแตกแน่ ๕๕๕๕

:: แล้วคือ เราจองบ้านไว้หลังหนึ่งเลย ซึ่งบ้านใหญ่หลังนั้น จะมีอยู่ 4 ห้องนอนใหญ่ๆ แล้วก็ห้องโถ่งที่โคตรกว้าง คือแบบ มันใหญ่มากจริงๆ บรรยกาศในห้องโอเค เตียงนุ่ม เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างครบ มี free wifi สำหรับคืนนี้ จัดไป 5,000 บาท นอนกัน 21 คน ๕๕๕

ข้อมูลติดต่อ

– ม่อนไอดิน : 081-034-0290

:: เห็นภาพข้างบนมั้ย นี่แหละ 1 ห้องนอน แล้วมี 4 ห้องนอน 1 ห้องโถง กับลานหน้าบ้าน ให้ตายเถอะ 5,000 บาท ราคาแบบนี้สวรรค์ชัดๆ ๕๕๕

:: คือทุกคนไม่มีใครอาบน้ำนะครับ มาป้วนเปี่ยนกันอยู่หน้าบ้าน หมักเนื้อ ดูรูป คุยกัน ตัดต่อวีดีโอ พร้อมเปิดเสียงเพลงคลอๆ คนย่างก็ย่างไป เราสั่งข้าวมากินเพื่อเป็นเชื้อเพลิงถัดไปในค่ำคืนนี้ แหละเมื่อเวลาได้ที่ อารมณ์พอเหมาะ เบียร์ 2 ถาดก็มา เหล้า 3 ลิตรก็ปรากฏ คืนนี้ จัดกันยาวๆ เอาให้หายหนาวกันไปเลย

DAY 2

:: สวัสดีเช้าวันใหม่จากม่อนแจ่ม เราไปม่อนแจ่มกันครับในเช้าวันนี้ คือโดยส่วนตัวมาที่นี่รอบที่ 3 แล้ว ถามว่าตื่นเต้นมั้ย ก็เฉยๆ ตั้งแต่ครั้งแรกนะครับ แต่ก็มามันตลอด ไม่รู้เพราะอะไร อาจจะเป็นเพราะมันสบายใจมั้ง เลยมามันทุกที

:: ก็เดินถ่ายรูปเล่นกันไปครับ ยาวๆ เลย แล้วก็สั่งกับข้าวบริเวณร้านนั้นร้านเดียวนั้นแหละเป็นอาหารเช้า เออ จะบอกว่าใครไปม่อนแจ่ม แล้วไม่กินข้วข้างบนนั้นพลาดมากๆ นะเพราะอาหารอร่อยทุกอย่าง เครื่องดื่มก็อร่อย คือมันฟินทั้งรสชาติ ทั้งบรรยากาศ ใครไม่เคยไป ต้องไปลอง : )

:: คือก็ไม่รู้จะรีวิวยังไงนะ ตรงม่อนแจ่ม คงต้องให้ภาพสาธยายตัวของมันเองเหมือนเดิม ๕๕๕

:: และที่ขาดไม่ได้สำหรับม่อนแจ่ม คือการนั่งรถแข่งชาวม้งครับ มันมากๆ คนละ 50 บาท ปล่อยจากเนินสูงๆ ลงมา ความยาวประมาณ 200 เมตรครับ สนุกมาก อาจจะดูไม่เร็วและธรรมดา แต่ก็พานั่กท่องเที่ยวคว่ำได้แผลมาหลายราย รวมถึงกรุ๊ปผมด้วย ยังไงก้ห้ามพลาดกิจกรรมนี้ครับ ๕๕๕

:: กลับมาที่รีสอร์ท เก็บข้าวเก็บขอบเคลียตังค์กันก่อนไป มาดูค่าใช้จ่ายคร่าวๆกันครับ (คิดเป็นรายคน)

วันแรก

– ค่า กทม. – เชียงใหม่ (ไปกลับ) : 1,000 บาท
– ค่ารถแดง 2 วัน 1 คืน : 270 บาท
– ค่าข้าวมื้อเช้า : 30 บาท
– ค่าเข้า แกรนแคนยอน : 50 บาท
– ค่าเรือยาง : 25 บาท
– ค่าข้าวมื้อเที่ยง : 60 บาท
– ค่า iberry : 40 บาท
– ค่าเสบียงกองกลาง : 100 บาท
– ค่าที่พัก : 250 บาท

วันที่สอง (คิดไว้ก่อนเลย)

– ค่าอาหารเช้า : 100 บาท
– ค่าเข้าสวนฯ : 70 บาท
– ค่าอาหารเที่ยง : 300 บาท
– ค่าเบ็ดเตร็ด 200 บาท
– ค่ารถแดงไปส่ง บขส. 20 บาท

รวมทั้งทริป 2,515 บาท (ประมาณนี้)

:: เมื่อทุกอย่างพร้อม ก็เดินทางไปสวนสิริกิตฯ กันครับ ไม่ไกลจากที่พักเลย ลงมาราวๆ ครึ่ง ชม. ก็ถึงครับ จุดนี้ จะต้องจ่ายค่าผ่านทาง 40 บาท และเสียค่ารถราง 30 บาท ให้ช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี สำหรับนักศึกษา “ฟรี” ครับ

:: เอาหล่ะ หลังจากนี้พวกเราก็มีโจทย์มาให้คนในกลุ่ม ทำยังไงก็ได้ ให้รูปของตัวเอง Hipster ที่สุด โดยเกมส์นี้ จะให้แต่ละคนถ่ายรูปออกมา พร้อม #อยากเป็นฮิปสเตอร์ ใคร perfect สุด ก็จะได้รับรางวัลจากทางทีมงานไปเลย ลองไปดูบางช่วงบางตอนของตอนนี้กันเลย

:: คือจริงๆ อยากลงทั้ง 20 คนนะ แต่เกรงว่ามันจะเยอะเกินไป ๕๕๕ แล้วระหว่างนั้น เราก็เดินชมนก ชมไม้ ถ่ายรูปชิคๆ ตามประสาคนอยากเป็นฮิปสเตอร์กันไปครับ จริงๆ การมาที่นี่ มีหลายจุดให้แวะชมนะครับ แต่เราแวะแค่จุดเดียว คือบ้านกระจกแห่งนี้ ๕๕๕๕

:: และจากกันด้วยภาพ jumping ของสาวๆ ครับ ๕๕๕

:: มาถนนเส้นนี้ ถ้าไม่ได้ไปโปงแยงแอ่งดอย ถือว่าพลาดครับ ที่นี่คือร้านอาหารที่ผมแนะนำให้ทุกคนมาทานครับ คือมันอร่อยมาก บวกกับบรรยากาศดี คือกินครับ ยังไงกก็ต้องไปร้านนี้ ปกติคนจะเต็มร้าน ก่อนไปควรโทรจองก่อนครับ และเมนูแนะนำสุดๆ ของที่นี่ คือหมูแดดเดียว ฟังดูธรรมดามั้ย แต่รสชาติไม่ธรรมดา และตบท้ายด้วย ไอติมสัปรดครับ ถ้ามีโอกาส ห้ามพลาด!!!

:: และที่สุดท้ายของเราสำหรับทริปนี้ คือถนนคนเดินครับ จริงๆ จะไปดอยสุเทพนะ แต่ทุกคนเคยไปมาหมดแล้ว ก็เลยไม่ได้ขึ้นไป ตรงไปที่ถนนคนเดินเลย จากโปงแยงแอ่งดอย ระยะทางไม่ไกลมากครับ แปีปเดียวก็ถึง

:: เราคุยกันว่าจะจับฉลาก ทำ Free Hug Mission แต่เมื่อมาถึงที่นี่ ทุกคนก็หมดแรง บวกกับเวลาไม่ได้ด้วย ก็เลยเดินเล่น ซื้อของกิน ซื้อของใช้ เสื้อผ้า แต่ละคนทำเวลาส่วนตัวของตัวเอง ช่วงนี้ไม่มีอารมณ์ถ่ายรุปครับ เห็นของกินก็วางกล้องแล้วครับ ๕๕๕๕ เรานัดเจอกัน 6 โมงเย็น เพื่อจะออกจากที่นี่ไปที่อาเขต (รถออก 2 ทุ่ม) ทริปนี้สนุกมาก ผมชอบนะ มันอาจจะดูว่ามีเวลาไม่พอ แต่เราก็จัดการให้มันสามารถไปได้ทุกที่ที่เราอยากไปจริงๆ ไว้มีโอกาสมาเที่ยวด้วยกันใหม่ ตอนนี้ทุกคนเป็น Gangster แล้วนะ ไว้เจอกันทริปหน้า ของคุณที่ติดตามมาถึงตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ

Exit mobile version