เรื่องเล่าจากทริป “ซิงยี่” ความลับแห่งขุนเขาและมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ

ประเทศจีน ดินแดนแห่งมังกร เมืองใหญ่ขนาดที่ต้องคิดแล้วคิดอีกว่าจะเที่ยวยังไงให้หมด แต่สำหรับคนที่รักการท่องเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติคงจะต้องอยากมาที่นี่สักครั้ง เมืองซิงยี่… เมืองเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขา และวิวที่เรียกได้ว่าหลักล้านกันเลยทีเดียว และจากชื่อเสียงของธรรมชาติที่นี่ ทำให้เราต้องมาเยือนกันสักครั้ง สัมผัสกับธรรมชาติ และวัฒนธรรมชนเผ่าที่น่ารักที่สุดอีกแห่งหนึ่งกันเถอะ!!!

วันที่ 1 (28 ต.ค.62)

วันแรกของการเดินทางวันนี้เราเดินทางกันด้วยสายการบิน Lucky Air บินตรงสู่คุนหมิงไม่ต้องต่อเครื่องให้เสียเวลา แถมมีบินทุกวัน สะดวกสุด ๆ ไปเลยล่ะ บินกลางคืน ตีตั๋วนอนไปได้เลยคร้าบบบบ และใครที่คิดจะว่าจะเลิกงานแล้วเดินทางเลยก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางนึงด้วยนะ

// photo is coming //

วันที่ 2 (29 ต.ค.62)

วันนี้เราจะเดินทางออกจาคุนหมิงมุ่งหน้าสู่เมืองซิงยี่ด้วยรถบัส ใช้เวลาประมาณ 4 ชม.นิด ๆ เรียกได้ว่านั่งกันไปยาว ๆ เลย หลังจากหลับและตื่น สลับกันไปหลายรอบ ในที่สุดก็มาถึงเมืองซิงยี่ ในเขตมนฑลกุ้ยโจว ถ้าจะให้บรรยายก็คงต้องบอกว่าเป็นเมืองที่สะอาดมาก ไม่ได้อวยนะ คือสะอาดกว่าถนนเราบ้านเราซะอีก

// photo is coming //

// photo is coming //

และใกล้ ๆ โรงแรมที่พักมีการเปิดงานแสดงบอลลูนด้วยเลยต้องแวะมาดูสักหน่อย สีสันสดใสตัดกับท้องฟ้ายามค่ำคืน เป็นอีกของแถมที่ไม่ได้ตั้งใจจะมาเจอเลย โชคดีมาก ๆ

// photo is coming //

ส่วนนี้คืน จะขอพาทุกคนไปชมหมู่บ้าน Suang Seng เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมแบบผสมผสานที่จำลองขึ้นมาใหม่ มีการแสดงของชนเผ่าต่าง ๆ ที่อยู่ร่วมกันด้วย งดงามมากจริง ๆ และการคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมของตนเองก็ถือเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างเราไม่น้อยเลยทีเดียว

และภายในหมู่บ้านยังมีเกสเฮ้าด้วยนะ ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ พร้อมกับมีการชงชาให้ดื่มกันด้วย ชาหอมร้อน ๆ ก็ช่างเหมาะกับอากาศหนาว ๆ แบบนี้จริง ๆ แถมช่วยให้คืนนี้หลับสบายกันไปเลย

// photo is coming //

วันที่ 3 (30 ต.ค.62)

ในวันนี้พวกเราได้เข้าร่วมพิธีเปิดงาน  2019   INVITATION LETTER TO THE INTERNATIONAL CONFERENCE OF   MOUNTAIN TOURISM AND OUTDOOR SPORTS 2019 เป็นการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองซิงยี่ “ร้อยเรียงความมหัศจรรย์  แบ่งปันความงดงาม” ได้รับการต้อนรับจากทีมงานดีมาก ๆ

// photo is coming //

จากนั้นก็เหมารถออกไปเที่ยวนอกเมืองกัน มาทั้งทีก็ต้องขอชมธรรมชาติกันสักหน่อย ที่แรกที่ไปกันวันนี้ก็คือ หุบเขา Bei pan jiang ซึ่งไกด์ได้บอกว่าแม่น้ำได้ไหลผ่าน 4 เมือง ในลักษณะของวงกลม คล้ายกับจาน ซึ่งคำว่า pan ก็แปลว่าจาน ส่วนคำว่า jiang แปลว่า แม่น้ำ นั่นเอง สวยแค่ไหนก็ลองชมภาพดูเอาเองเลยนะ ไม่พูดเยอะ เจ็บคอ ><

แล้วเราก็ไปต่อกันที่สะพานแขวน Bei pan jiang Bridge ซึ่งเป็นสะพานที่ใหญ่มากกกก ส่วนวิวน่ะเหรอ มองไปก็จะเห็นหุบเขาเป่ยผันเจียงเหมือนกัน

ที่ต่อไปที่จะพากันก็คือ ภูเขาเต้านม แค่ประตูทางเข้าก็อลังการงานสร้างไปแล้ว ที่นี่เปิด 8.30-18.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 50 หยวน รถลาก 30 หยวน และไกด์อีก 100 หยวน บวกลบคูณหารเป็นเงินไเทยกันเอาเองนะคร้าบบ ซึ่งข้างในก็ร่มรื่น ลมพัดเรื่อยๆ มีการจำลองบ้านของเผ่าปู้ยีที่นี่ด้วย

และก็มาถึงไฮไลท์กันแล้วล่ะ ภูเขาเต้านม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 4A ที่มีความสำคัญต่อจิตใจของชนเผาปู้ยี เพราะว่าเต้านมนั้นแสดงให้เห็นถึงความรักที่แม่มีต่อลูก ที่นี่จึงนับถือและศรัทธาว่าเป็นเป็นพระเจ้าแห่งมารดา

ส่วนตรงนี้ก็คืออุทยานอันหลงด้านในเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่อยู่ติดกับหน้าผา! ซึ่งในตอนที่มาถึงเป็นช่วงเย็นแล้ว อากาศก็กำลังหนาวกว่าเมื่อตอนกลางวัน และพระอาทิตย์กำลังตกดิน เลยได้ภาพสวยๆมาฝากจ้า

วันที่ 4 (31 ต.ค.62)

เช้าวันที่ 4 ของการมาเที่ยว วันนี้จะพาทุกคนสัมผัสกับธรรมชาติอีกเหมือนเดิม แต่สวยไม่แพ้กันแน่นอน เริ่มต้นด้วยที่แรกที่เราไปกันวันนี้เลย นั่นก็คือ “ป่าหมื่นยอด WANFENGLIN” ซึ่งที่นี่มีจุดไฮไลท์เยอะมาก และแต่ละจุดถ่ายรูปออกมานั้นเรียกได้ว่า วิวหลักล้านกันเลยทีเดียว ส่วนค่าเข้าที่ก็คนละ 70 หยวน ค่ารถ 50 หยวน

// photo is coming //

// photo is coming //

แต่โดยส่วนตัวแล้วอยากแนะนำให้ทุกคนมาเที่ยวช่วง เดือนก.พ. ซึ่งนาข้าวจะเป็นสีเขียว และช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. เป็นช่วงนาข้าวกำลังเป็นสีทอง สวยอลังการดาวล้านดวงแน่นอน แต่เรามาผิดช่วงเอง เก๊าขอโทษ……

// photo is coming //

ส่วนใครที่อยากจะมาพักที่เลยก็สามารถทำได้นะ เพราะที่นี่มีที่พักมากพอสมควรเลย เลือกพักได้ตามใจชอบ แถมที่พักก็ดีซะด้วย วิวก็อย่างที่เห็น คุ้มสุดไปเลย

// photo is coming //

หลังจากทานอาหารกลางวันกันอย่างอิ่มหนำแล้วเราก็มีแรงเหลือพอที่จะพาทุกคนไปนั่งเรือชมทะเลสาบ ว่านฟงหู และปราสาทหงส์ หรือ  จี๋ หลง เป่า ซี่งในส่วนของการเดินทางก็จะใช้ระยะเวลาพอสมควรเพราะทั้ง 2 ที่นี้นั้นอยู่หุบเขานั่นเอง! ของดีก็ต้องมีความลำบากกันนิดนึงเนอะ

ระหว่างล่องเรือก็อดไม่ได้ที่จะแชะคุณตาที่กำลังชมวิวอยู่ด้วยกันไม่ได้เลยจริง ๆ

// photo is coming //

หลังจากนั่งเรือมาร่วม 50 นาที เราก็จะมองเห็นปราสาทหงส์ และแสงตบกระทบ คล้ายกับเทพนิยายเลยนะ ส่วนตัวปราสาทก็จำลองมาจากดิสนีย์นั่นแหละจ้า

ซึ่งที่นี่เคยเป็นคาสิโนมาก่อน แต่ตอนนี้กำลังปรับปรุงให้เป็นโรงแรมที่พักแล้วนะ คงสวยไม่น้อยเลยหากเปิดให้เข้าพัก อ้อ ลืมบอกไปข้างบนมีสะพานกระจกด้วยนะ

// photo is coming //

วันที่ 5 (1 พ.ย.62)

เช้าวันนี้ขอเริ่มต้นด้วยการลุยธรรมชาติแบบใกล้ชิดที่ยิ่งกว่าทุกวันที่ผ่านมาเลย เพราะวันนี้เราจะพาไปเที่ยวน้ำตกหม่าหลิงเหอ หรือน้ำตกร้อยสาย บอกเลยว่าของจริงสวยกว่าในภาพมากกกกก อยากให้ทุคนได้มาสักครั้ง

// photo is coming //

// photo is coming //

// photo is coming //

และถ้ามากับคนรู้ใจบอกเลยว่าได้ภาพคู่น่ารักๆ กลับไปนอนดูต่อที่ไทยแน่นอน

หลังจากเดินเที่ยวชมกันมาในระยะทางที่เรียกได้หลายกิโลเมตรนั้น ขากลับเราก็จะขึ้นลิฟต์แก้วกลับนั่นเอง ใช้เวลาเพียงนิดเดียวก็จะขึ้นมาถึงลานจอดรถข้างบนแล้ว

หลังจากเที่ยวธรรมชาติแล้ว ต่อไปจะพาทุกคนไปช้อปแหล่งซื้อของฝาก “เหล่าเฉิงชวี” ซึ่งอยู่ในเขตเมืองเก่า ซึ่งของขายเยอะแยะมากมายเลย ทั้งเสื้อผ้า ขนม ชา เยอะไปหมดเลย เลือกซื้อไม่ถูกแล้ววววว

// photo is coming //

ช้อปเสร็จแล้ววันนี้เราก็ได้รับเชิญให้ไปชมการแสดง XUNMENGWANFENGLIN แปลว่า ตามฝันป่าหมื่นยอด เป็นการแสดงที่สื่อถึงความเป็นอยู่ของชนเผ่าปู้ยี สะท้อนให้เห็นถึงการนับถือและศรัทธาป่าเขาและธรรมชาติ ขยันในการทำเกษตร ซื่อสัตย์ต่อความรัก รักคู่ชีวิตและครอบครัว กตัญญูต่อบรรพบุรุษ และยังแสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันของหลากหลายวัฒนธรรม ใครที่ชอบการดูละครเวทีบอกเลยว่าถูกใจแน่ๆ

// photo is coming //

// photo is coming //

วันที่ 6 (2 พ.ย.62)

และแล้ววันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องกลับไทยแล้ว แต่ก็อย่างที่บอกไว้ในตอนต้นว่าขากลับเราจะพาทุกคนนั่งรถไฟความเร็วสูงของจีนกัน ดูซิว่าจะเร็วสมคำร่ำลือหรือเปล่า ซึ่งเราเป็นชาวต่างชาติต้องใช้ Passport คู่กับตั๋วรถไฟ ส่วนราคาก็คนละ 97.5 หยวน

และในที่สุดเราก็มาถึงคุนหมิงในเวลาเพียงแค่ 50 นาทีเท่านั้นเอง โอ้โห ยอมแล้ว ขามาใช้เวลาร่วม 4 ชั่วโมงเลย T^T มาทางนี้ตั้งแต่แรกก็คงดี

แล้วก็ต้องมาแวะเชคอินกับแลนด์มาร์คที่ ประตูม้าทองและไก่มรกต ที่เมื่อมาคุนหมิงใครๆก็มากันสักหน่อยปิดการส่งท้ายทริปสุดแสนจะ Unseen กันเลยทีเดียว บอกเลยว่าหากคุณเป็นสายธรรมชาติ คุณควรมา!! แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้า อยากรู้ว่าจะพาไปเที่ยวไหนก็ต้องคอยติดตามกันนะคร้าบบ

// photo is coming //

// photo is coming //

Print Friendly, PDF & Email

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *